พี่ๆน้อง ๆที่รักแห่งเราทั้งหลาย
เราจะกล่าวความจริงต่อท่านทั้งหลายว่า
คนนำทางตาบอดบกพร่องในการใช้สติปัญญา
ทั้งที่รู้ว่าพระพุทธเจ้าทรงค้นพบ อริยสัจสี่
อันประกอบด้วย “ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค”
ซึ่งความจริงทั้งสี่ประการนี้เป็นเครื่องมือที่ใช้
จัดการปัญหาในชีวิตประจำวันของมนุษย์ได้
เป็นกระบวนการจัดการปัญหาด้วยสติปัญญา
ที่มนุษย์แต่ละคนล้วนมีสมองพร้อมใช้กันอยู่
พระพุทธองค์ทรงค้นพบอริยสัจสี่นี้
แล้วนำมาสอนมนุษย์ให้รู้วิธีแก้ไขปัญหา
เพราะทรงเห็นว่า ปัญหาพาให้เกิดทุกข์
ปัญหายากปัญหาใหญ่พาความทุกข์มากมาให้
ปัญหาเล็กๆน้อยๆก็นำความทุกข์ให้นิดหน่อย
ถ้าจัดการแก้ไขปัญหานั้นๆลุล่วงได้เมื่อไหร่
ความทุกข์ที่ตนเผชิญอยู่ก็จะมลายหายไป
ไม่ว่าจะเป็นการทุกข์กายหรือทุกข์ใจก็ตาม
แสดงว่าทุกปัญหาในชีวิตของท่าน
หากรู้ว่าปัญหานั้นคืออะไรบ้าง
อีกทั้งรู้ว่าจะแก้ไขปัญหานั้นได้อย่างไร
หากไม่เกลียดกลัวปัญหาและกล้าจัดการมัน
เชื่อเถอะไม่มีปัญหาใดที่มนุษย์จะจัดการไม่ได้
ถ้าใช้หลักแห่งอริยสัจสี่ประการดังกล่าวแล้ว
หากเปรียบความทุกข์เป็นเหมือน “ผีร้าย”
ถ้าท่านมียันต์กำจัดผีร้ายติดตัวอยู่ตลอดเวลา
ท่านยังจะกลัวผีหรือหนีผีหัวซุกหัวซุนอีกไหม
ยิ่งรู้อยู่ว่ายันต์ไล่ผีนั้นพระศาสดาประทานให้
เป็นยันต์ไล่ผีที่ศักดิ์สิทธิ์ซึ่งใช้แล้วได้ผลแน่ ๆ
ท่านจะไม่ยอมนำเอา “อริยสัจสี่” ออกมาใช้
ขจัดทุกข์หรือขับไล่ความทุกข์กันเชียวหรือ
ท่านจะนำ “อริยสัจสี่” ที่เป็นดั่งผ้ายันต์วิเศษ
ขึ้นเก็บไว้บนหิ้งบูชาขณะผีเข้าคือเกิดทุกข์หรือ
ลองตรึกตรองประลองปัญญากันดูเถิดท่าน
แทนที่คนนำทางตาบอดโดยผีโสโครก
จะช่วยชี้แนวทางสร้างแนวคิดให้ท่านทั้งหลาย
เรียนรู้วิธีการใช้อริยสัจสี่ที่เปรียบดั่งผ้ายันต์
ที่ใช้ไล่ผีคือความทุกข์และป้องกันผีเข้าด้วย
กลับสอนให้พวกท่านหนีทุกข์แบบคนขี้ขลาด
ไม่ได้ขลาดธรรมดาแต่กลับโง่เขลาเสียอีกด้วย
เพราะเมื่อเจอปัญหาในชีวิตครอบครัวและงาน
สิ่งเดียวที่ทำคือการพยายามจะหนีปัญหาพัลวัน
หลายคนฆ่าตัวตายเพื่อหนีปัญหานั้น
หลายคนก็จมปลักอยู่กับปัญหาจนเสียประสาท
หลายคนดื่มกินเหล้าจนเมาเพื่อทำให้ขาดสติ
จะได้ลืมความทุกข์จากปัญหานั้นชั่วคราวก็ยังดี
หลายคนหันไปพึ่งพาผีโสโครกขอให้ผีช่วยด้วย
เพราะเข้าใจว่าผีโสโครกเป็นเทพเจ้าศักดิ์สิทธิ์
ที่จะเนรมิตโชคดีและจัดการปัญหานั้นให้ตนได้
ไม่เคยนึกคิดที่จะพึ่งพาสติปัญญาตนเองเลย
แม้บางคนจะรู้เรื่อง “อริยสัจสี่” กันอยู่ก็ตาม
เมื่อมนุษย์ปล่อยให้ปัญหาหมักหมมเข้า
อาการกลัวทุกข์ก็จะถูกฝังเข้าไปในสายเลือด
จึงตกเป็นเหยื่อของผีโสโครกกันอย่างง่ายดาย
ที่ทุกข์หนักเพราะไม่เคยใช้อริยสัจสี่แก้ปัญหา
แถมยังหลงเชื่อการบิดเบือนสัจธรรมคำสอน
ที่ผีโสโครกหลอกผ่านคนนำทางตาบอดว่า
พระศาสดาสอนว่าเกิดมาเป็นมนุษย์นั้นทุกข์ยิ่ง
จิตวิญญาณท่านไม่น่าเข้ามาเกิดเป็นมนุษย์เลย
ทั้งที่พระองค์ไม่เคยตรัสไว้เช่นนั้นแต่อย่างใด
ผีโสโครกให้คนนำทางตาบอดอ้างกันแบบดื้อๆ
เพื่อจูงให้พวกท่านเชื่อตามอย่างว่าง่ายโดยแท้
เมื่อพวกท่านเชื่อตามผีมารหรือซาตานแล้ว
การไม่อยากเป็นมนุษย์ทั้งที่เกิดแล้วจึงบังเกิด
แต่แทนที่จะเรียนรู้วิธีการจัดการกับความทุกข์
ผีโสโครกก็เสนอทางเลือกใหม่คือสวรรค์มายา
ทำให้คนชอบธรรมที่ไร้สติปัญญาหลงเชื่อว่า
สวรรค์มายาเป็นภพภูมิใหม่ที่ประเสริฐกว่าโลก
ถ้าไปเกิดบนนั้นจะเป็นเทพเทวดาที่เหาะได้
มีสวรรค์วิมานอันอลังการณ์ให้สถิตประทับอยู่
บนนั้นจะอิ่มทิพย์จะกินอะไรเนรมิตเอาก็ได้กิน
สิ่งจูงใจเหล่านี้คนชอบธรรมที่จิตยังติดกิเลสอยู่
เมื่อได้รู้ได้ฟังเข้าเป็นจิตตกกันถ้วนหน้า
เชื่อว่าหลายคนบนโลกนี้ที่เป็นชาวพุทธ
อยากตายแล้วไปเกิดบนสวรรค์มายา
เพื่อไปเสวยสุขเป็นเทพเทวดากันแทบทั้งสิ้น
ผู้อยากเป็นมนุษย์โดยมีชีวิตอยู่ต่อจึงน้อยมาก
เพราะฝังหัวว่าเป็นมนุษย์โลกนั้นทุกข์อย่างยิ่ง
ทั้งที่ไม่รู้ว่าเทพเทวดานั้นมีอยู่จริงแน่หรือเปล่า
ขณะที่เราก็ประกาศก้องไปทั่วทั้งจักรวาลว่า
#สวรรค์มายาพระบิดาหรือพระเจ้ามิได้สร้าง
แต่เป็นจิตวิญญาณของท่านเนรมิตกันขึ้นเอง
ตามแบบพิมพ์เขียวของภาพเขียนบนผนังโบสถ์
ไปวัดแล้วเห็นซ้ำซากไปวัดแล้วถูกสอนอยู่ซ้ำๆ
จิตวิญญาณท่านจึงใช้ความเชื่อกับความอยาก
เนรมิตสวรรค์มายาขึ้นมากักขังตนเองไว้ที่นั่น
ท่านทั้งหลายจะต้องรู้ว่า
กระบวนการเนรมิตสวรรค์มายาขึ้นมาที่ว่านี้
เป็นอุบายที่ผีโสโครกหยิบมาใช้กับคนรุ่นใหม่
ที่เป็นกรรมกรแสงผู้ถูกผีเลือกเอาไว้ใช้งาน
ด้วยการหลอกให้สร้างภาพมายาที่ไม่จริงขึ้นมา
พวกกรรมกรแสงรุ่นใหม่เชื่อว่าภาพมายานั้น
เป็นภาพลวงตาที่เกิดจาก Matrix มิใช่ภาพจริง
เช่นหลอกว่าโลกนี้แท้จริงแล้วแบนราบ
ที่มนุษย์เห็นเป็นโลกกลมนั้นเกิดจากเมทริกซ์
ที่พวกต่างดาวฝ่ายมืดสร้างขึ้นมาลวงตาเอาไว้
โดยฉายภาพโฮโลแกรมสามร้อยหกสิบองศา
ทำให้เห็นเป็นภาพว่าโลกกลมได้สมใจหลอก
ฟังดูแล้วเหมือนพวกต่างดาวฝ่ายมืดนั้นไฮเท็ค
ทั้งที่ฝ่ายมืดฝ่ายแสงไม่ได้มีจริงแต่อย่างใด
เป็นเรื่องนิยายน้ำเน่าของผีโสโครกทั้งสิ้น
ดังนั้น
เรื่องสวรรค์มายาในยุคของคนนำทางตาบอด
กับเรื่องโลกแบนไม่ใช่โลกกลมอย่างที่เห็น
เป็นเรื่องที่ผีหลอกว่าเกิดจากเมทริกซ์เช่นกัน
เป็นกลอุบายชวนเชื่อที่โมเมขึ้นมาทั้งนั้น
ท่านทั้งหลายจงอย่าได้ไขว้เขวต่อไปอีกเลย
จงหันมาเรียนรู้เรื่องการหมุนธรรมจักร
เพื่อช่วยกันพิทักษ์โลกให้ปลอดจากภัยพิบัติ
ตามเจตนารมณ์ของจิตวิญญาณของท่าน
เสร็จแล้วจะได้นำพาจิตวิญญาณกลับบ้าน
สู่แดนสุญตาในสภาวะนิพพานกันเสียที
จะได้ไม่ต้องเวียนว่ายตายเกิดให้ทุกข์กันอีก
กราบพระบาทพระบิดาที่ทรงเมตตา
เอเมน สาธุ
ปัญญาวิสุทธิ์
29/01/2569