22 มกราคม 2569

วิธีปฏิบัตินำพาจิตวิญญาณแก่นแท้ของตนกลับบ้านให้สำเร็จ 5 ประการ


 

 พี่ๆน้อง ๆที่รักแห่งเราทั้งหลาย

เราจะกล่าวความจริงต่อท่านทั้งหลายว่า


ถ้าพี่น้องชาวดาวโลกทั้งหลาย

จะนำพาจิตวิญญาณแก่นแท้ของตนกลับบ้าน

ที่เป็นบ้านเกิดของจิตวิญญาณ คือ แดนสุญตา

ให้ทันเวลาในคาบสุดท้ายก่อนกาลปิดยุค

ที่โลกทั้งดวงจะมืดพร้อมกันทุกๆด้าน

นานแปดราตรี คือ 56 วัน 56คืนไม่สว่างเลยนั้น


เราจะบอกล่าวคร่าวๆให้ท่านทั้งหลายรู้ว่า

สิ่งที่พวกท่านจะต้องปฏิบัติทำให้สำเร็จนั้น

มีด้วยกัน 5 ประการ คือ


1.ต้องฝึกทักษะให้ตนเองมี มหาสติ ให้ได้

โดยต้องใช้ชีวิตอยู่ในสังคมร่วมกันกับคนอื่น

อย่าปลีกวิเวกปฏิบัติธรรมเพื่อไปสวรรค์คนเดียว

เพราะสวรรค์นิรันดรบ้านเกิดของจิตวิญญาณนั้น

มนุษย์ทุกคนจะต้องไปพร้อมกันเป็นหมู่คณะ

พวกท่านที่เกิดมาล้วนเป็นสัตว์สังคมกันทั้งสิ้น

จงจำเอาไว้ว่า “มาด้วยกันต้องกลับด้วยกัน”


ส่วนคำว่า “มหาสติ” ในที่นี้เราหมายถึง 

ท่านจะต้องครองสติ 3 ประการเอาไว้ให้ครบ

ขณะมีปฏิสัมพันธ์เพื่อการปฏิสันถารกับคนอื่น

โดยจักต้องเป็น ผู้รู้สติ มีสติ และ ใช้สติ

เพื่อควบคุม มโนกรรม วจีกรรม กายกรรม

ไม่ให้เป็นเงื่อนไขด้านลบของบุคคลอื่นเสมอ

ไม่ว่าจะจงใจหรือประมาทไปก็ตาม


2.ต้องมี ปณิธานแห่งนิพพาน ตลอดเวลา

คือการเป็นผู้มีสัมปชัญญะปัญญาตลอดเวลา

เพื่อกำกับมโนกรรมหรือจิตหยาบเอาไว้เสมอ

ให้จิตหยาบสั่นสะเทือนทางด้านบวกด้านเดียว

คือ รักให้ได้ อภัยให้เป็น ไม่ก้าวล่วงใคร

เมื่อท่านมีมโนกรรมเป็นด้านบวกสำเร็จแล้ว

วจีกรรมคำพูดกับกายกรรมหรือการกระทำใดๆ

ที่ตัวท่านจะแสดงมันออกมาย่อมเป็นบวกด้วย


3.ต้องฝึกทักษะเพื่อ นิพพานกิเลส ให้สิ้น

โดยไม่ต้องถามให้โง่ว่า “แดนนิพพานอยู่ที่ใด”

เพราะเราหมายถึงนิพพานกิเลสในจิตหยาบไง


พี่น้องชาวโลกที่รักแห่งเราทั้งหลาย

ล้วนถูกสอนให้เสพติดกิเลสมาตั้งแต่วัยเด็ก

ตามแผนการชั่วร้ายของจิตวิญญาณผีโสโครก

ให้คิดพูดทำทุกสิ่งไปตามอำนาจของกิเลส

จะทำหรือไม่ทำก็เพราะถูกจูงใจด้วยแรงจูงใจ

จนไม่สามารถเข้าถึง จิตสามนึกตนเอง ได้

ทำให้จิตสามนึกยกระดับถึง 5D-6D มิได้เลย


ทำไมต้อง “นิพพานกิเลส” ในจิตหยาบให้สิ้น

เพราะกิเลสเป็นต้นกำเนิดของมารภายในทุกตัว

อันมี ตัณหา ราคะ และ อารมณ์ขยะรายวัน

ถ้าท่านสามารถดับกิเลสได้ทันท่วงทีแล้ว

ตัณหา ราคะ อารมณ์ขยะรายวัน จะเกิดขึ้นมิได้


เพราะเหตุนี้เอง

พระเจ้าจึงทรงแนะให้เราสอนพวกท่านว่า

วิธีนิพพานมารภายในที่เกาะกุมจิตหยาบอยู่

เมื่อรับรู้สิ่งใดแล้วอย่ารับเอาสิ่งนั้นมาปรุงแต่ง

ตามคำสอนโบราณที่กล่าวกันเอาไว้นานแล้วว่า


เมื่อตามองเห็นก็ให้สักแต่ว่าเห็นมันอยู่

อย่าไปปรุงแต่งว่ามันสวยหรือว่าไม่สวยเด็ดขาด

เพราะจิตหยาบของท่านจะเกิดชอบไม่ชอบขึ้น

เมื่อจิตเกิดชอบไม่ชอบแล้วจิตท่านจะป่วยหนัก

โดยป่วยด้วยตัณหาคืออยากหรือไม่อยากเสมอ

ถ้าถูกขัดใจขัดคอท่านก็จะเกิดอารมณ์ขยะทันที

วงจรอุบาทที่เรากล่าวมาในย่อหน้าข้างบนนี้

เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวันของพวกท่าน

จนทำให้เข้าถึงความรักและความฉลาดไม่ได้

จิตสามนึกด้านบวกของพวกท่านจึงพิการตลอด


นอกจากตามองเห็นแล้วยังมีหูที่ได้ยินอีก

พวกท่านจะต้องฝึกทำตนเป็นคนมีหูเหมือนไม่มี

นั่นคือ “รับฟังแต่ไม่ใส่ใจ” ถ้าไร้สาระประโยชน์

คำว่า ไร้สาระประโยชน์ แปลว่าไม่สร้างสรรค์

เช่น ถ้าเขาใช้คำพูดทำการกล่าวหาว่าร้ายท่าน

หากเป็นเรื่องจริงเพราะตัวท่านร้ายตามที่กล่าว

ท่านต้องไม่หยิบมาปรุงแต่งเพื่อถือสาหาความ

ที่ต้องทำคือแก้ไขปรับปรุงตนเองเสีย ณ บัดนั้น


ถ้าหากว่าคำพูดจาที่เขาว่าร้ายตัวท่านนั้น

รับฟังแล้วพิจารณาเห็นว่ามันเป็นเรื่องไม่จริง

ท่านก็ต้องไม่หยิบเอามาปรุงแต่งให้จิตตก

คือเกิดความโกรธความไม่พอใจหรือว่าเสียใจ

อันเป็นการทำร้ายตัวเองด้วยความโง่เด็ดขาด

เพราะว่าคนฉลาดจะไม่มีใครทำร้ายตัวเอง

แต่เขาจะรักและปกป้องตัวเองอย่างดีมากกว่า


4.ต้องทำทุกสิ่งด้วยจิตสามนึกของตนเอง

อย่านึกคิดพูดทำด้วยกิเลสตัณหาราคะจริต

ทั้งอารมณ์ขยะรายวันจำพวกโลภโกรธหลง

มันคือการสั่นสะเทือนจิตไร้สามนึกที่ไร้สำนึก


ท่านทั้งหลายจะคนตนเองให้เป็นมนุษย์ไม่ได้

เมื่อเป็นมนุษย์ไม่ได้การมาเกิดจึงเป็นโมฆะไป


การทำทุกสิ่งด้วยจิตสามนึก

ทั้งนึกออกนึกเอาและหรือนึกเองนั้น

จะต้องเป็นการนึกด้านบวกและนึกด้านลบเสมอ

จะนึกด้านใดเพียงด้านเดียวไม่ได้เด็ดขาด

เพราะว่าคนฉลาดเขาจะไม่ทำกันนั่นเอง


ที่สำคัญคือการนึกด้านบวกด้านลบของท่าน

จะต้องใช้ปัญญาเข้ามาสนับสนุนด้วย

ถ้ามีคำว่า “ด้าน” แสดงว่าต้องมีมุมคิดมุมมอง

มุมนึกมุมคิดพวกนี้จะต้องแหลมคมเอาไว้ก่อน

แปลว่าท่านจะต้องใช้ปัญญาของสมองเสมอ

มิเช่นนั้นท่านจะสอบผ่านบททดสอบไม่ได้

แถมจิตหยาบจะเข้าถึงหกมิติไม่ได้เสียอีกด้วย


5.จำพระบิดาแห่งจิตวิญญาณหรือพระเจ้าได้

ถ้าท่านจำพระองค์ไม่ได้ก็จะจำทางกลับไม่ได้

เมื่อจำอะไรไม่ได้ท่านก็จะไม่ก้าวมาทางเรา


เพราะเราเป็นบุตรเอกของพระเจ้าที่มาตามท่าน

พระโอวาทสำคัญและพระเมตตาของพระองค์

ล้วนทรงประทานสื่อถึงท่านผ่านเรามาทั้งสิ้น

พี่น้องทั้งหลายถ้าปรารถนาจะนิพพานกันจริงๆ

แต่ไม่ยอมรับความจริงทั้ง 5 ข้อเหล่านี้แล้ว

พวกท่านจะตกเป็นเหยื่อของผีโสโครกแน่นอน


กราบพระบาทพระบิดาที่ทรงเมตตา

เอเมน สาธุ

ปัญญาวิสุทธิ์

22/01/2569