04 มกราคม 2569

หน้าที่สำคัญของ จิตหยาบ ตอนที่ 2






 พี่ๆน้อง ๆที่รักแห่งเราทั้งหลาย

เราจะกล่าวความจริงต่อท่านทั้งหลายว่า


มนุษย์ทุกคนล้วนเป็น คนสองมิติ

โดยเกิดมาแล้วมีสองมิติอยู่ในร่างเดียวกัน


มิติแรก

เป็นกายหยาบกับจิตหยาบหรือจิตสามนึก

ทำหน้าที่ร่วมกันโดยมีจิตหยาบเป็น “นาย”

ผู้คอยควบคุมและสั่งการกายที่เป็น “บ่าว” 


มิติที่สอง

เป็นมิติของแก่นแท้

ผู้เป็นจิตวิญญาณซึ่งขันอาสาเข้ามาเกิด

เพื่อทำหน้าที่ใช้พลังความรักบริสุทธิ์

ที่ตนเองแบกขนติดตัวมาจากองค์จิตจักรวาล

ซึ่งดำรงอยู่ในแดนสุญตานอกระบบเอกภพ

เอามาใช้เป็นพลังงานเพื่อค้ำจุนสมดุลโลก


ดังนั้น

หน้าที่สำคัญของ “จิตหยาบ” ก็คือ

จะต้องสั่นสะเทือนจิตสามนึกด้านบวก

คือ นึกออก นึกเอา และ นึกเอง

เพื่อสั่นสะเทือนด้านบวกสูงสุดให้จงได้

กับทุกเงื่อนไขที่คนใกล้ตัวหยิบยื่นมาให้ท่าน


คำว่า “ทุกเงื่อนไข” หมายถึง

เรื่องราวหรือเหตุการณ์ใดๆที่คนรอบข้าง

แสดงออกหรือกระทำต่อตัวท่าน

ไม่ว่าจะเป็นการกระทำโดยตรงหรือโดยอ้อม

ที่ท่านพึงพอใจหรือว่าไม่พึงพอใจก็ตาม

ท่านจะต้องตอบสนองเงื่อนไขเหล่านั้น

เป็นรักเพื่อให้อย่างไม่มีเงื่อนไขให้จงได้


หากท่านทำแบบที่ว่านี้ได้

จิตสามนึกของท่านจะใช้ “ขันธ์ห้า”

ผลิตสร้างความรักบริสุทธิ์ออกมาให้โลกได้

ใครที่เข้าใจว่าขันธ์ห้าเป็น ภาระ ของท่านนั้น

จงทำความเข้าใจเสียใหม่ให้กระจ่างด้วย

เพราะถ้ามนุษย์โลกไม่มีขันธ์ห้าให้ใช้แล้ว

ทุกคนจะใช้เมตตาธรรมค้ำจุนสมดุลโลกไม่ได้


เราจะกล่าวความจริงให้รู้ว่า

ถ้าท่านสามารถสั่นสะเทือนจิตสามนึกได้

ในทุกเงื่อนไขที่ตัวท่านพบพานผ่านเผชิญ

มันจะทำให้ #จิตใต้สามนึก ของจิตวิญญาณ

ที่รอคอยรับรู้แรงสั่นสะเทือนของจิตสามนึกอยู่

จะเกิดการสั่นสะเทือนตามไปด้วยทันที


แน่นอนว่า

ถ้าท่านสั่นสะเทือนจิตสามนึก

ด้วยคลื่นความถี่ที่เป็นบวกมากเท่าไหร่

จิตวิญญาณของท่านจะสั่นตามมากเท่านั้น

โดยแรงสั่นสะเทือนจิตสามนึกหรือจิตหยาบ

ไม่ว่าจะสั่นสะเทือนแรงหรือสั่นค่อยๆ

จะเปรียบได้ดั่ง “วาล์ว” ปิดเปิดจิตวิญญาณ

เพื่อที่จะปลดปล่อยพลังงานความรักออกมา

ในรูปของคลื่นความถี่ทางไฟฟ้าแม่เหล็ก

ในแบบที่โลกและทุกสรรพสิ่งต้องการได้


อาการของจิตหยาบหรือว่าจิตสามนึก

ที่จะขับเคลื่อนจิตวิญญาณของท่าน

ให้เหวี่ยงแผ่คลื่นพลังจิตด้านบวกออกมาได้


มีดังต่อไปนี้ คือ

อดทน อดกลั้น ให้อภัย

เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขาหรือสงบ

ทำบุญสร้างกุศลโดยไม่ร้องขอสิ่งตอบแทน

ตักบาตรทำบุญสุนทานโดยไม่อุทิศให้ใคร

ทำบุญสร้างกุศลด้วยจิตสามนึกของตนเอง


จริตหรืออาการของจิตหยาบดังกล่าวเหล่านี้

ขันธ์ห้าจะผลิตพลังงานในแบบที่โลกต้องการ

แล้วเหวี่ยงออกมาสู่อวกาศเป็นพลังงานสากล

ซึ่งโลกและทุกสรรพสิ่งนำไปใช้ประโยชน์ได้

เพราะมันไม่ใช่พลังงานกรรมส่วนตัวของใครๆ

เนื่องจากไม่มี คุณสมบัติกรรม กำกับเอาไว้


ท่านทั้งหลายจะต้องรู้ว่า

สิ่งที่เรียกว่า “เงื่อนไข” ที่คนรอบข้างยื่นมาให้

โดยเฉพาะคนใกล้ตัวซึ่งเป็นบุคคลในครอบครัว

ไม่ว่าจะเป็นด้านบวกหรือด้านลบก็ตามแต่

เป็นจิตวิญญาณของพวกท่านวางแผนกันมาเอง

เพื่อให้ “จิตหยาบ” หรือจิตสามนึกของท่านใช้

เป็นเงื่อนไขกระตุ้นให้จิตสามนึกมันทำงาน

ตั้งแต่ก่อนมาเกิดในภพชาติแรกแล้วล่ะท่าน


พระเจ้าหรือองค์จิตจักรวาล

ทรงออกแบบให้พวกท่านที่มีสมองสองซีก

ซึ่งเป็นคนสองมิติที่แตกต่างจากสัตว์ประจำโลก

มีสิ่งที่เรียกว่า กฎแห่งกรรม ใช้ตั้งแต่สามขวบ

เพื่อให้พวกท่านเรียนรู้เรื่องบาปบุญคุณโทษ

ด้วยการยอมให้ใช้วิธีก่อกรรมทำผิดบาปก่อน

นั่นคือสิ่งที่เราเรียกว่า สอบตกบททดสอบ

แล้วรับโอกาสใหม่โดยแก้ไขเสียให้ถูกต้อง


ถ้าสอบตกแล้วไม่สำนึกในผิดบาปนั้น

ผู้สอบตกมักกระทำตอบด้านลบกลับคืนเสมอ

จิตหยาบจึงก่อกรรมทำผิดบาปเมื่อสอบตก

ในลักษณะการ เกี่ยวกรรม หรือจองจำกันไว้

ยังผลให้มีการเขียนบทละครของตนขึ้นมาใหม่

เป็น “ชะตากรรม” ทับซ้อนชะตาชีวิตฉบับเดิม

ที่จิตวิญญาณวางแผนมาแสดงร่วมกันไว้อีกชั้น

ทำให้จิตหยาบในภพชาตินั้นๆยิ่งยุ่งยากมากขึ้น


ดังนั้น

พวกท่านจึงไม่ต้องไปสนใจใยดีอดีตชาติเลยว่า

จิตวิญญาณแก่นแท้ของท่านนั้นเคยเป็นอะไรมา

เป็นนักรบนักบวชหมอนวดหมอยาหรือว่านักบุญ

เพราะมันไม่สลักสำคัญเท่ากับการรู้สำนึกได้ว่า

ที่ท่านต้องกลับมาเกิดใหม่ในภพชาติปัจจุบันนี้

เพราะว่ามีการสอบตกเกิดขึ้นนั่นเอง


หน้าที่ของท่านทุกคนก็คือ

จะต้องสอบให้ผ่านทุกบททดสอบ

ด้วยการรักให้ได้ให้อภัยให้เป็นไม่เห็นแก่ตัว

ทั้งต้องจดจำทุกบทเรียนชีวิตที่เผชิญนั้นไว้

เพื่อป้องกันตนเองมิให้ก่อกรรมทำบาปซ้ำอีก

จงอย่าเชื่อพวกผีโสโครกที่อุปโลกน์หลอกว่า

ตนนั้นเป็นผู้หวังดีเป็นต่างดาวเผ่านั่นเผ่านี่

บอกให้เชื่อแต่ไม่ยอมเปิดเผยตัวตนให้เห็น

มีแต่เป็นเรื่องเล่าว่าเหมือนกับนวนิยายในหนัง

ที่แต่งเรื่องขึ้นมาอ้างอิงให้หวือหวาน่าสนใจ

โดยไม่มีใครการันตีหรือฟันธงว่าจริงหรือเท็จ


คนที่จิตหยาบถูกกิเลสตัณหาครอบงำอยู่

จะเป็นเหยื่อพวกแรกของผีโสโครกพวกนี้ไป

เพราะว่ากิเลสตัณหาจะปิดกั้นสติปัญญาเอาไว้

ทำให้จิตหยาบเข้าถึงความรักและปัญญามิได้

จึงไม่อาจสามารถหมุนธรรมจักรร่วมกันได้

จิตวิญญาณจึงล้มเหลวในการเกิดเป็นมนุษย์

อันหมายถึง การเสียชาติเกิด ไงล่ะท่าน


กราบพระบาทพระบิดาที่ทรงเมตตา

เอเมน สาธุ

พระบุตรเอก

4/01/2569