26 มิถุนายน 2569

พระตรีเอกานุภาพ



 พี่ๆน้อง ๆที่รักแห่งเราทั้งหลาย

เราจะกล่าวความจริงต่อท่านทั้งหลาย

ในพระนามแห่งองค์จิตจักรวาลหรือพระเจ้าว่า


สาเหตุที่ทุกสรรพสิ่งในจักรวาลอันไพศาลนี้

ไม่ว่าจะเป็นสิ่งมีชีวิตหรือเป็นสิ่งไม่มีชีวิตก็ตาม

ทุกสรรพสิ่งต่างมีพลังงานเป็นแก่นแท้ทั้งสิ้น

เพราะเหตุว่า #พระผู้สร้าง หรือ “พระเจ้า”

เป็นรูปธรรมที่มี #แก่นแท้ของความว่าง

รวมอยู่ด้วยกันทั้งหมดทั้งสิ้น


โดย “แก่นแท้ของความว่าง” ดังกล่าวนี้

เมื่อพวกเขามีการสั่นสะเทือนขึ้นมาเมื่อไหร่

ก็จะเปลี่ยนแปลงสภาวะไปเป็น “อนุภาค”

จนเกิดเป็น #ตัวตนแก่นแท้ของความว่าง

ซึ่งยังไม่ปรากฏอัตตาตัวตนให้เห็นอยู่เช่นเดิม


หมายความว่าเดิมพระเจ้าหรือพระผู้สร้างนั้น

ทรงเป็นศูนย์รวมของแก่นแท้ของความว่าง

ที่ยังไม่มีอัตตาตัวตนปรากฏแต่อย่างใดทั้งสิ้น

พระองค์จึงทรงมีคุณสมบัติเป็น #อนัตตา 

แต่ทรงมีอัตตาเป็น 12 เหลี่ยมมุม คือ 12 มิติ

เราจึงกล่าวว่า #สิ่งที่เป็นอนัตตาก็มีอัตตา


นอกจากนั้นเรายังเคยกล่าวเอาไว้ด้วยว่า

เพราะพระเจ้าหรือพระผู้สร้างที่มีอยู่หนึ่งเดียว

ทรงเป็นศูนย์รวมของแก่นแท้ของความว่าง

เมื่อสั่นสะเทือนแล้วก็พร้อมที่จะเกิดมีอัตตา

เพื่อเปลี่ยนตนเองเป็นอนุภาคทางพลังงานขึ้น

อนุภาคทางพลังงานที่ว่านี้จะเป็นเหตุให้

เกิดเป็นคลื่นพลังงานตามพระประสงค์ต่อไปได้


พระเจ้าทรงเป็นพระผู้สร้างทุกสรรพสิ่งได้

ก็เพราะพระองค์ทรงมีคุณสมบัติดังกล่าวมานี้

ทั้งจักรวาลจะมีเพียงพระองค์เดียวเท่านั้นเอง

พระองค์จึงทรงมีพระอำนาจสูงสุดเหนือทุกสิ่ง

เพราะทรงเป็นพระผู้สร้างทุกสรรพสิ่งโดยแท้

ผู้สร้างย่อมมีอำนาจมากกว่าผู้ถูกสร้างแน่นอน


ดังนั้น

เมื่อพระเจ้าทรงอุบัติขึ้นมาด้วยตนเองแล้ว

ทรงต้องการจะเรียนรู้ว่าจะทรงทำสิ่งใดได้บ้าง

จึงทรงกำหนดพระจิตเพื่อทดลองกำหนดสร้าง

รูปธรรมทางพลังงานที่มีลักษณะคล้ายพระองค์

แต่ทรงกำหนดให้เป็นรูปธรรมที่มี 11 มิติ

มีจำนวนเหลี่ยมมุมน้อยกว่าพระองค์อยู่ 1 มิติ

ทรงอนุญาตให้เราเรียกว่า #จิตจักรวาลดวงเล็ก

ซึ่งเป็นรูปธรรมที่มีคุณสมบัติเป็น #สุญตา ด้วย


เมื่อกล่าวมาถึงตอนนี้แล้วท่านจึงต้องรู้ว่า

พระผู้สร้างคือองค์จิตจักรวาลดวงใหญ่

ที่ทรงเป็น “มหาสุญตา” เพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น

เพราะทรงเป็นศูนย์รวมแก่นแท้ของความว่าง

ที่จะเป็นจุดเริ่มต้นและสิ้นสุดของคลื่นพลังงาน

ทุกๆย่านความถี่ในสากลจักรวาลนี้อีกด้วย


ขณะที่ “จิตจักรวาลดวงเล็ก” ที่มี 11 เหลี่ยมมุม

ที่พระเจ้าทรงกำหนดสร้างขึ้นมาดังกล่าวนั้น

ทรงเป็นรูปธรรมที่มีคุณสมบัติเป็น “สุญตา”

ไม่ได้เป็นมหาสุญตาเหมือนกันกับพระผู้สร้าง

เพราะว่าจิตจักรวาลดวงเล็กสร้างสิ่งใดไม่ได้

เนื่องจากมีคุณสมบัติเป็นสุญตาเท่านั้นเอง


โดยทรงมีแต่ “ตัวตนของความว่าง” 

มิได้มีแก่นแท้ของความว่างที่จะสร้างสิ่งใด

เหมือนดั่งจิตจักรวาลดวงใหญ่ได้


มาภายหลังเมื่อพระเจ้าทรงสร้างเอกภพแล้ว

ทรงมีพระบัญชาให้จิตจักรวาลดวงเล็กเหล่านี้

ผู้ยินยอมที่จะขันอาสาเข้ามาจุติในเอกภพ

เพื่อทำหน้าที่สำคัญต่างๆในพระนามพระเจ้า

แบ่งภาคหรือเบ่งเอาพลังงานของตนออกมา

เป็นกล่องพลังงานที่มี 6 เหลี่ยมมุมคือ 6 มิติ

ซึ่งมนุษย์รู้จักดีและเรียกกันว่า #จิตวิญญาณ

ให้เดินทางข้ามมิติเข้ามาจุติกันอยู่ในเอกภพ

เพื่อทดลองด้านต่างๆตามน้ำพระทัยพระเจ้า

เอกภพนี้จึงเป็นดั่งห้องทดลองของพระองค์

ที่ทรงต้องการจะเรียนรู้ว่าทรงทำอะไรได้บ้าง


สำหรับมนุษย์โลกแล้ว

พวกท่านทุกคนที่ได้รับโอกาสให้เข้ามาเกิดนี้

จึงมีพระเจ้าเป็นพระผู้สร้างสูงสุดหนึ่งพระองค์

ทั้งยังมีจิตจักรวาลดวงเล็กที่เป็นดั่งพระมารดา

ซึ่งเป็นตัวตนภาคแรกที่สูงส่งคือ Higher Self

ผู้ดำรงตนเองอยู่กับพระเจ้าภายนอกเอกภพ

และยังเป็นผู้ให้กำเนิด #จิตวิญญาณแก่นแท้

ของมนุษย์แต่ละคนอีกต่างหากด้วย


สำหรับกรณีมนุษย์ผู้เป็นพระบุตรเอกนั้น

พระเจ้าทรงกล่าวโดยรวมเอาไว้ว่า

การมี #พระเจ้า #พระมารดาแห่งจิตวิญญาณ

และการเป็นผู้มี #พระจิตวิญญาณบริสุทธิ์

เนื่องจากจิตวิญญาณข้ามมิติมาจากพระองค์

ยังไม่แปดเปื้อนมัวหมองด้วยกองกิเลสนั้น

พระบุตรเอกจึงทรงเป็น #พระตรีเอกานุภาพ

หนึ่งในนั้นก็คือ #พระเยซูคริสต์ นั่นเอง


กราบพระบาทพระบิดาที่ทรงเมตตา

เอเมน สาธุ


#ปัญญาวิสุทธิ์

26/06/2569

#เปิดค่าการมองเห็น #จิตจักรวาล #แชร์ได้