10 มิถุนายน 2569

การเตรียมตนเองให้พร้อมผจญภัย


 พี่ๆน้อง ๆที่รักแห่งเราทั้งหลาย

เราจะกล่าวความจริงต่อท่านทั้งหลาย

ในพระนามแห่งองค์จิตจักรวาลหรือพระเจ้าว่า


เมื่อโลกกับมนุษย์สิ้นยุคพลังงานเก่าแล้ว

จิตวิญญาณที่เป็นแก่นแท้ของพวกท่านทุกคน

ก็ได้เวลาที่จะต้องเตรียมตนเองกลับบ้านเกิด

คือ “แดนสุญตา” ที่อยู่ภายนอกเอกภพให้ได้

ก่อนที่โลกทั้งดวงจะมืดพร้อมกันไม่สว่างเลย


#การเตรียมตนเองให้พร้อม 

ในที่นี้เราหมายถึงพวกท่านต้องเตรียม 2 สิ่งนี้


ประการที่ 1. คือ

เตรียมจิตหยาบหรือจิตปัจจุบันหรือจิตสามนึก

โดยยกระดับแรงสั่นสะเทือนสูงสุดจนถึงมิติที่ 6 

หรือการทำให้จิตหยาบของตนมี 6 มิติให้จงได้


วิธียกระดับจิตหยาบให้เข้าถึง 6 มิตินั้น

ทุกท่านหญิงชายล้วนทำได้ในชีวิตประจำวัน

ด้วยการสั่นสะเทือนจิตสามนึกด้านบวกเสมอ

ตามที่เราเคยแนะเน้นให้ท่านรู้ไว้นานแล้วว่า


#ท่านต้องรักคนที่ทำตนไม่น่ารักให้ได้ 

#ท่านต้องให้อภัยคนที่ทำตนไม่น่าอภัยให้เป็น

#ท่านต้องไม่ปลีกวิเวกหรือทิ้งสังคมไป


ด้วยเงื่อนไขทั้งสามประการเหล่านี้เท่านั้น

เป็น #กุญแจสามดอก ที่จะช่วยเปิดประตูมิติ

ให้จิตหยาบของท่านเชื่อมสัมพันธ์กับแก่นแท้

ระหว่าง “ต่อมไพเนียล” กับ “ต่อมพิทูอิทารี”

ให้สามารถสั่นสะเทือนร่วมกันเป็นหนึ่งเดียวได้

โดยท่านไม่ต้องแกล้งทำเป็นคนอายตนะพิการ

ด้วยการนั่งเพ่งจิตข่มบังคับจิตตนเองตลอดวัน

อย่างที่พวกท่านคุ้นชินกันอยู่แต่อย่างใดเลย


ถ้าทำได้มันจะเป็นตัวชี้วัดว่าจิตหยาบของท่าน

ยกระดับแรงสั่นสะเทือนถึง 6 เหลี่ยมมุมได้แล้ว

ซึ่งมันจะช่วยให้จิตหยาบของท่านบรรลุธรรมได้

ตามที่มันควรจะเป็นและยังเป็นวิธีธรรมชาติด้วย

โดยไม่ต้องใช้หรืออาศัยเทคนิคพิเศษอะไรเลย


ท่านทั้งหลายคงรู้กันดีอยู่ว่า

#กลัดกระดุมเม็ดแรกผิดนั้นเม็ดต่อไปก็ผิดหมด

เพราะสัจธรรมที่หมายถึงความจริงนั้น

มันเป็นความจริง 2 ระดับ คือ


1.ความจริงระดับโลกียะหรือ #โลกียะธรรม

มนุษย์ทั้งหลายควรเรียกมันว่า “ธรรมดา” 


เพราะคำว่า #ธรรมดา นี้ หมายความว่า

สิ่งนั้นเรื่องนั้นเป็นความจริงของมนุษย์โลก

เช่นสภาวะการเกิดแก่เจ็บตายของมนุษย์นั้น

ล้วนเป็นความจริงที่ทุกคนจักต้องเผชิญ

ไม่มีใครจะหนีการเกิดแก่เจ็บตายไปได้พ้น

ชีวิตทุกคนจะต้องเวียนวนกันไปแบบนี้ทั้งสิ้น


2.ความจริงระดับ #อนุตรธรรม

มนุษย์ทั้งหลายควรเรียกมันว่า “ธรรมชาติ”


เพราะคำว่า #ธรรมชาติ นี้

เป็นความจริงสูงสุดที่มนุษย์จะต้องรู้ไม่รู้ไม่ได้

เป็นความจริงที่ทรงกำหนดไว้เป็นสากล

ไม่มีผู้ใดแทรกแซงหรือแก้ไขไปเป็นอื่นได้

มันจึงเป็น “ความจริงที่จริงแท้” ตลอดกาล


ตัวอย่างเช่น

พระเจ้าทรงกำหนดให้จิตวิญญาณมนุษย์

ไม่มีผู้ใดที่มาเกิดแล้วมีหน้าที่จะต้องตายเลย

โดยมีชีวิตเป็นอมตะอยู่ได้นานถึงหกหมื่นปี

เงื่อนไขสำคัญที่จะเป็นอมตะได้นั้นมีอยู่ว่า

จิตหยาบของพวกท่านต้องเป็นมนุษย์ให้เป็น

การเรียนรู้ที่จะ #เป็นมนุษย์ให้เป็น นี่แหละ

คือสิ่งที่เรียกว่า #คนบรรลุธรรม ขนานแท้เลย


คนที่ “บรรลุธรรม” จึงไม่ได้หมายถึง

คนที่อยู่ในเครื่องแบบสมมุติแบบใดแบบหนึ่ง

มิได้หมายถึงผู้ที่อ่านคัมภีร์มากรู้มากกว่าเพื่อน

มิได้หมายถึงการเสพติดเทคนิคกรรมฐาน

มิได้หมายถึงการเป็นนักสั่งสมบุญสุนทาน

มิได้หมายถึงการเป็นนักบวชหรือนักสวดมนต์

ฯลฯ


ด้วยเหตุนี้เอง

ท่านทั้งหลายโดยจิตหยาบหรือจิตสามนึก

ถ้ายังเข้าไม่ถึงการเป็นหนึ่งเดียวกันในสองมิติ

ระหว่างจิตหยาบกับจิตวิญญาณผู้เป็นแก่นแท้

ตามมรรควิถีแห่งธรรมชาติอย่างแท้จริงแล้ว

ท่านจะต้องนิพพานการมีภพชาติให้จงได้

แปลว่าเมื่อได้โอกาสมาเกิดแล้วจะต้องไม่ตาย

ตลอดหกหมื่นปีโลกตั้งแต่ชาติแรกที่ได้เกิดนั้น


แต่ท่านเพิ่งจะรู้ความจริงนี้ว่า

ธรรมชาติหมายถึง “ความจริงที่เป็นสีแดง” คือ

จิตวิญญาณของพวกท่านไม่มีหน้าที่ต้องตาย

ที่ผ่านมาเพราะว่าไม่รู้จึงตายมาหลายชาติแล้ว

แต่มารู้วันนี้มันจะทันกาลทันเวลากันไหมหนอ

แต่ขอพวกท่านจงอย่าท้อเพราะเราจะบอกว่า

พระเจ้าจะทรงมีเวลาพิเศษให้แก่ท่านทั้งโลก

สามารถจะหลุดพ้นนิพพานกลับแดนสุญตาได้

หากท่านมีคุณสมบัติดังนี้


#หนึ่ง จำพระบิดาแห่งจิตวิญญาณได้

#สอง มาตามทางบ้านหลังสุดท้ายหลังนี้

#สาม ไม่หลงทางนิพพานไปทางสวรรค์มายา

#สี่ ไม่นำเอาศาสนามาทำเป็นลัทธิให้แตกแยก

#ห้า ไม่บ้าสั่งสมบุญเพื่อไม่ให้มีชาตินี้ชาติหน้า

#หก ยึดมรรควิถีจิตจักรวาลในการดำเนินชีวิต


ประการที่สอง คือ

ท่านต้องเตรียมจิตวิญญาณไว้ให้พร้อม

คำว่า “พร้อม” แปลว่าแก่นแท้ของท่านนั้น

จะต้องเป็นจิตวิญญาณเสรี


คำว่า “จิตวิญญาณเสรี” หมายถึง

เป็นจิตวิญญาณที่ต้องไม่มีเจ้ากรรมนายเวร

ที่จิตหยาบของท่านไปก่อกรรมทำบ่วงเอาไว้

จนเกิดเป็น #พันธะกรรม ทับซ้อนเอาไว้

โดยมิได้มีแค่ชะตาชีวิตที่จิตวิญญาณถือมาให้

แปลว่าจิตวิญญาณของท่านยังมีเจ้าหนี้รออยู่

ท่านจึงต้องใช้หนี้กรรมนั้นกันเสียก่อน


นอกจากนั้น

จิตวิญญาณของท่านจะต้องไม่เสียสมดุลอยู่

เพราะจิตวิญญาณที่เสียสมดุลในสองลักษณะ

คือ มีบุรพกรรมแม่เหล็กที่เป็นลบและบวก

เกาะติดอยู่กับเปลือกนอกของจิตวิญญาณมาก

ทำให้จิตวิญญาณนั้นมีภาระคือน้ำหนักตัวมาก

จะถูกโลกดึงดูดเหนี่ยวรั้งไว้จนหลุดพ้นไม่ได้

จึงต้องตายแล้วกลับมาเกิดใหม่เพื่อชำระทิ้งไป

ทำให้ท่านไม่สามารถหลุดพ้นกลับบ้านได้


ประการต่อมา

ถ้าจิตวิญญาณของท่านมีการเสียสมดุลอยู่

เพราะคลื่นความถี่บริสุทธิ์ของจิตวิญญาณนั้น

มีคลื่นความถี่ที่เป็นกิเลสตัณหาราคะจริตปนอยู่

จิตวิญญาณของท่านจึงเป็น “คนป่วย” หนัก

ที่ต้องการรับรักษาเยียวยาโดยยมบาลในนรก

เพื่อให้เป็นจิตวิญญาณบริสุทธิ์อันยิ่งยวดให้ได้


ถ้าท่านยังมีกรรมที่ยังมิได้ชำระติดตัวอยู่

ถ้าจิตวิญญาณของท่านยังหลงมิติอยู่

จิตวิญญาณของท่านต้องจัดการกับตนเองก่อน

จึงจะสามารถเป็นผู้มีชีวิตอมตะอย่างแท้จริงได้


เราขอเตือนมนุษย์โลกอีกครั้งหนึ่งว่า

บัดนี้โลกกับมนุษย์สิ้นยุคพลังงานเก่าแล้ว


จงเลิกงมงายแล้วสร้างสติทางวิญญาณกันบ้าง

ด้วยการหมั่นเข้ามาเฝ้ารับฟังพระโอวาท

ที่ทรงสื่อถึงพวกท่านผ่านมาทางเราทุกวันคืน

ท่านเรียนรู้รับรู้ได้ด้วยการลงทุนไม่มาก

เพียงแค่ใช้ตาใช้หูใช้จิตใช้สมองใช้เวลาแลก

นับว่าคุ้มค่ามากกว่าทำสิ่งไร้สาระอื่นใดในชีวิต

เวลาโลกเวลาชีวิตของพวกท่านนั้นหมดแล้ว


กราบพระบาทพระบิดาที่ทรงเมตตา

เอเมน สาธุ


#ปัญญาวิสุทธิ์

10/06/2569

#เปิดค่าการมองเห็น #จิตจักรวาล #แชร์ได้