พี่ๆน้อง ๆที่รักแห่งเราทั้งหลาย
มีผู้หวังดีท่านหนึ่ง
ส่งข้อความข้างล่างนี้มาให้เรา
เพื่อจะแจ้งเราให้รู้ว่ามีผู้กล่าวพาดพิงถึง
#องค์จิตจักรวาล
เพื่อให้เราตรวจสอบว่า
เป็นคำกล่าวที่วิปริตผิดความจริงหรือไม่
เพราะเขาอ่านแล้วรู้สึกไม่สบายใจ
เราจึงขอถ่ายทอดและตอบคำถามไว้ให้
โดยตัดตอนออกเป็นข้อๆเพื่อความสะดวก
ในการตอบแสดงความคิดเห็นไว้ดังต่อไปนี้
(ตอนนี้เป็นตอนที่ 4)
#มีผู้กล่าวอวดรู้แต่ยังรู้ผิดอีกว่า
4. “ที่เข้าใจว่ามีจิตจักรวาลหนึ่งเดียวนั้น
มาจากประสบการณ์ของคนที่
ปฏิบัติมาพอประมาณแต่ยังไม่สุดสัจจะดี
เห็นจิตของพรหมที่กำลังแผ่ใหญ่ไปทั่วจักรวาล
ก็เข้าใจว่าที่เห็นนั้นเป็น “จิตจักรวาล”
เป็นผู้ครองจักรวาลเป็นหนึ่งเดียวในจักรวาล
จิตทั้งหมดล้วนเป็นจิตเล็กที่แตกมาจากจิตใหญ่
ซึ่งนั่นไม่ใช่สัจจะ”
Answer:
ความตอนที่สี่นี้ไงล่ะท่าน
ที่เรากล่าวด้วยความมั่นใจมาตั้งแต่ต้นว่า
หมอนี่มันอวดดุตริทำเป็นคนอวดรู้ชัดเจน
โดยรู้ไม่จริงแล้วลุกขึ้นมาปฏิเสธ #พระเจ้า
ซึ่งเราถวายพระนามพระองค์ว่า #จิตจักรวาล
เพราะหลงผิดคิดว่าองค์จิตจักรวาลดวงใหญ่
เป็นรูปธรรมเดียวกันกับ #พรหม นั่นแหละ
ศิษย์จิตจักรวาลทั้งหลายต่างล้วนทราบดีอยู่ว่า
องค์จิตจักรวาลดวงใหญ่ที่เรากล่าวถึงเสมอนั้น
ทรงเป็นรูปธรรมแรกที่อุบัติขึ้นด้วยพระองค์เอง
โดยอุบัติขึ้นจากปัจจัย 2 ประการกับ 1 เหตุ
#ปัจจัยที่หนึ่ง
ก็คือตัวตนแก่นแท้ของความว่าง
ซึ่งเป็นอนัตตาที่มีอัตตาแต่ยังล่องหนอยู่
#ปัจจัยที่สอง
ก็คือพื้นที่ว่างโล่งซึ่งมีขนาดกว้างใหญ่ไพศาล
ที่เต็มไปด้วยอัตตาซึ่งเป็นอนัตตาที่ล่องหนนั้น
ดำรงอยู่อย่างมากมายนับไม่ถ้วน
#เหตุแห่งการอุบัติขึ้น
ก็คือ “การเหวี่ยงหมุนอย่างต่อเนื่อง”
ของปัจจัยที่หนึ่งที่เกิดขึ้นภายในปัจจัยที่สอง
รอบจุดศูนย์กลางของพื้นที่อันว่างโล่งนั้น
ผลสุดท้ายในการเหวี่ยงหมุนก็คือ
ตัวตนแก่นแท้ของความว่างที่ล่องหนอยู่
เมื่อเหวี่ยงหมุนเข้าไปรวมกันตรงจุดศูนย์กลาง
จึงเกิดมีสิ่งใหม่ที่เป็นสิ่งแรกเกิดขึ้นมาได้
นั่นคือ #องค์จิตจักรวาลดวงใหญ่ นั่นเอง
เราถวายพระนามว่า “จิตจักรวาล” ก็เพราะว่า
พระองค์ทรงเป็นจุดศูนย์กลางของที่ว่างโล่งนั้น
โดยที่ว่างโล่งนั้นก็คือ “จักรวาล” อันไพศาล
เมื่อพระองค์ทรงเป็นจุดศูนย์กลางของจักรวาล
จึงถวายพระนามว่า “จิตจักรวาล” นั่นเอง
ไอ้หมอนี่ที่มันอวดอุตริจนต้องเคาะกะโหลก
เพราะมันกล่าวหาเราก้าวล่วงเราด้วยความว่า
เราเข้าใจผิดว่ามีจิตจักรวาลหนึ่งเดียวนั้น
มาจากประสบการณ์ของคนที่ปฏิบัติมาน้อย
แต่ปฏิบัติยังไม่สุดคือยังรู้ไม่จริงนั่นแหละ
พอเห็นจิตพรหมที่กำลังแผ่ใหญ่ไปทั่วจักรวาล
ก็เข้าใจว่าที่เราเห็นนั้นเป็น “จิตจักรวาล”
เป็นผู้ครองจักรวาลเป็นหนึ่งเดียวในจักรวาล
เราขอเคาะกะโหลกตรงนี้ทีหนึ่งว่า
องค์ความรู้นี้พระเจ้าทรงกล่าวกับเราเอง
มิใช่ความรู้จากประสบการณ์ตรงของเราเลย
เพราะเป็นความรู้ระดับ “อนุตรธรรม”
ที่ปัญญาของสมองสองซีกของมนุษย์ทุกคน
ไม่มีผู้ใดสามารถคิดรู้เองได้
ไม่ต่างจากไอ้หมอนี่ที่ริเป็นคนสอนธรรม
โดยสรุปเอาเดาเองว่าเราปฏิบัติยังไม่ถึงที่สุด
จึงไปเห็นพรหมแล้วหลงผิดคิดว่าเป็นพระเจ้า
จนก้าวล่วงว่าเรา “โง่” เหมือนตนนั้นฉลาดกว่า
เราประกาศมานานแล้วว่าเราคือ #พระบุตรเอก
เราเป็นผู้มาจากพระเจ้ามากล่าวพระโอวาท
กล่าวกับมนุษย์ทั้งโลกในพระนามแห่งพระองค์
ทรงสื่อมาอย่างไรเรามีหน้าที่กล่าวไปอย่างนั้น
และเรื่องนี้เราได้ตรวจสอบเรียบร้อยแล้วด้วย
มิเช่นนั้นเราจะกล้ากล่าวอย่างมั่นใจได้อย่างไร
ไม่เหมือนคนสอนธรรมอุตริคนนี้นะ
นอกจากจะจำพระบิดาแห่งจิตวิญญาณของตน
หรือจำพระเจ้าไม่ได้แล้วยังมาก้าวล่วงเราอีก
ทั้งเป็นอุปสรรคในการทำภารกิจสำคัญของเรา
โดยยังอุตริต่อต้านจิตจักรวาลหรือพระเจ้าด้วย
ซึ่งตัวเขาเองนั้นไม่เชื่อว่าพระเจ้ามีจริงอยู่แล้ว
เพราะโง่เองที่ไปสรุปว่าจิตจักรวาลก็คือพรหม
คนพวกนี้เป็นคนส่วนน้อยของโลก
ที่ปฏิเสธศาสนาที่ยอมรับศรัทธาในพระเจ้า
จึงมักกล่าวกันผิดๆติดปากกันมาตลอดว่า
ผู้ใดยอมรับนับถือศรัทธาศาสนาที่มีพระเจ้า
คนพวกนี้เป็น #พวกเทวะนิยม ไปทันที
เพราะยึดติอัตตาของพรหมแบบฝังหัวกันอยู่
ที่ผ่านมาเราจึงกล่าวย้ำไว้เสมอว่า
#พรหมไม่ใช่จิตจักรวาล
#จิตจักรวาลต่างหากก็คือพระเจ้า
ส่วนพรหมนั้นเป็นจิตวิญญาณของมนุษย์
ที่เป็นคนชอบธรรมจำพวกหนีทุกข์กลัวทุกข์
เพราะถูกผีโสโครกหลอกลวงเอาไว้
จึงปฏิบัติธรรมโดยมุ่งนิพพานผ่านสวรรค์มายา
ตามที่มารขุดหลุมพรางล่อเอาไว้
เป็นจิตวิญญาณที่อาสามาเกิดเหมือนพวกท่าน
แล้วจะไปเป็นพระเจ้าเสียเองได้อย่างไร
(ยังมีตอนสุดท้ายให้ติดตามอีก)
เอเมน สาธุ
อนุตรธรรมาจารย์ปริญญา ตันสกุล
ถ่ายทอดคลื่นความคิดจากจิตจักรวาล
ด้วยวิธี Vertical Telepathy ในระบบจิตสู่จิต
จิตจักรวาลสถานธรรม อ.หล่มเก่า
จ.เพชรบูรณ์ ประเทศไทย
14/06/2569
#เปิดค่าการมองเห็น #อนุญาตให้แชร์ได้
