23 มิถุนายน 2569

คำวิจารณ์ : คนสอนธรรมก้าวล่วงจิตจักรวาล

 


พี่ๆน้อง ๆที่รักแห่งเราทั้งหลาย

เราจะกล่าวความจริงต่อท่านทั้งหลายว่า


อย่าคิดว่าคนบางคนที่เรียนทางโลกมาสูง

จนจบดอกเตอร์จากมหาลัยในประเทศไทยได้

จะเป็นคน “ไม่สิ้นคิด” แถมยัง “อวดรู้” อีกด้วย

แล้วยังทำตัวยกตนว่าเป็น “คนสอนธรรม” 

ซึ่งตกเป็นทาสมารหรือผีโสโครกไปโดยไม่รู้ตัว

เพราะมีคุณสมบัติตรงกับที่ผีโสโครกต้องการ

นั่นคือมีคุณสมบัติ 6 ประการดังต่อไปนี้ 


#ช่างจ้อ 

#พอรู้ธรรม 

#อำเก่ง

#ไม่ยำเกรงพระเจ้า 

#เอาแต่ตัวเองเป็นที่ตั้ง

#มักอ้างพระศาสดาให้ตนน่าเชื่อถือ


“ช่างจ้อ” ก็คือพูดคล่องพูดเก่ง

“พอรู้ธรรมบ้าง” ก็เพราะอ่านมาเยอะ

แถมฝึกท่องธรรมจนจำธรรมมาพูดต่อได้

ทำให้คนที่อ่านน้อยรู้น้อยกว่าเห็นว่าน่าทึ่ง

จึงยอมใกล้ชิดติดตามคนแบบนี้ไป


“อำเก่ง” ก็คือสอนมั่ว

“เอาตัวเองเป็นที่ตั้ง” ก็คือยึดตนเองเป็นหลัก

ไม่ใช่ยึดพระคัมภีร์พระศาสดาเป็นหลัก

ตัวฉันรู้สึกนึกคิดว่าอย่างไร

ก็จะยึดติดว่าสิ่งนั้นเรื่องนั้นถูกต้อง

สิ่งที่ไม่ตรงกับความเชื่อความเข้าใจของตน

ตนก็จะปฏิเสธสิ่งนั้นเรื่องนั้นทันที

ทั้งที่สติปัญญาตนเองก็มีแต่ไม่ยอมเรียนรู้

เพื่อให้ได้รู้กระจ่างเสียก่อนว่าอะไรเป็นอะไร

ก่อนที่จะปฏิเสธหรือยอมรับความจริงนั้น


คนแบบนี้พระเจ้าจะไม่ทรงเจิมแต่ง

ให้มาเป็นครูสอนธรรมเพื่อนมนุษย์คนอื่น

เพราะจะพาคนอื่นหลงทางนิพพานไปเท่านั้น

เนื่องจากเป็นคนโง่อยู่สองประการที่มารชอบ


#โง่ประการแรก

ตรงที่มีพระไตรปิฎกใช้แต่ไม่อ่านให้แตกฉาน

ฉลาดอย่างเดียวคือกลัวคนไม่เชื่อคำกล่าว

จึงนำมาใช้แค่อ้างพระพุทธเจ้าแต่จริงเท็จไม่รู้


#โง่ประการที่สอง

พอมีคนถามว่าจิตจักรวาลเป็นใคร

จิตจักรวาลเป็นพระเจ้าใช่หรือไม่

แทนที่จะศึกษาเรียนรู้ความรู้ใหม่นี้ให้กระจ่าง

เพราะความที่จบปอเอกมาหรือเปล่าก็ไม่รู้

จึงทำตนเป็นเหมือนผู้รอบรู้หน้าตาเฉย


รีบเอาความเท็จที่เป็นความไม่รู้จริงของตน

มากล่าวสอนศิษย์ของตนที่ตั้งคำถามนั้น

เป็นการกล่าวสอนไปตามความไม่รู้

หรือกล่าวสอนตามความโง่ของตน

โดยไม่รับผิดชอบว่าศิษย์ของตนจะโง่ตาม

เมื่อตายไปทั้งศิษย์ทั้งครูต้องไปสู่นรกขุมที่ 13

เพื่อชำระความผิดบาปที่จิตหยาบอวดอุตริ

สอนธรรมะที่ไม่ถูกต้องที่ไม่ใช่สัจจะต่อกันไว้


โดยครูที่จบปอเอกแต่ไม่ใช่เปรียญธรรมชั้นเอก

ตอบคำถามตามที่ศิษย์ของตนถามว่าดังนี้คือ


“ที่เข้าใจว่ามี #จิตจักรวาล หนึ่งเดียวนั้น

มาจากประสบการณ์ของคน

ที่ปฏิบัติมาพอประมาณแต่ยังไม่สุดสัจจะดี 

ไปเห็นจิตของพรหมที่กำลังแผ่ทั่วจักรวาล 

ก็เข้าใจว่าเป็นจิตจักรวาลเป็นผู้ครองจักรวาล 

เป็นหนึ่งเดียวในจักรวาล 


จิตทั้งหมดล้วนเป็นจิตเล็ก

ที่แตกมาจากจิตใหญ่นี้ซึ่งนั่นไม่ใช่สัจจะ”


ความในเครื่องหมายคำ “ปู้ด” ของครูคนนี้

ไม่ใช่ “คำพูด” ซึ่งเป็นองค์ความรู้ที่เป็นจริง

แต่เป็นคำเท็จซึ่งคนที่ยกตนเป็นครูพ่นออกมา

เพราะเราเป็นผู้สื่อพระโอวาทลงมาจากพระเจ้า

ด้วยกระบวนการ Vertical Telepathy จิตสู่จิต

ซึ่งเป็นวิธีการเดียวกับที่พระเยซูสื่อกับพระเจ้า

คำว่า #จิตจักรวาล พระเจ้าทรงบัญญัติขึ้นเอง

อีกทั้งเราบรรยายตามจินตภาพที่ทรงสื่อมาให้

เรามิใช่ได้ภาพมาจากการบ้านั่งกรรมฐานสมาธิ 

แล้วอุตริเพ่งจิตดูนั่นดูนี่จนถูกผีโสโครกหลอก


ส่วนใหญ่มารหรือผีโสโครกมักจะหลอกให้

เธอเห็นภาพของเทพพรหมที่อยู่ในสวรรค์มายา

เธอจึงนำเอาประสบการณ์โง่ๆของตนเอง

มายัดเยียดให้เราผู้กล่าวถึงองค์จิตจักรวาลไว้

โดยคิดว่าเราจะเป็นเหมือนที่ตนเองประสบ

จึงกล่าวสรุปดื้อๆว่าเราปฏิบัติยังไม่สุดสัจจะ

เป็นทำนอง #ยกตนข่มท่าน อวดศิษย์ตนทันที


โดยกล่าวหาว่าเรายังปฏิบัติไปจนสุดสัจจะ

แปลว่านั่งกรรมฐานยังไม่แก่กล้าเท่าครูผู้อวดรู้

เราจึงไม่พบว่าจิตใหญ่แบบนั้นมีจำนวนมาก 

พรหมทุกรูปธรรมเขาก็ทำแบบนั้นกันได้ทั้งนั้น 

แต่พรหมท่านไม่ได้ทำกันอยู่ตลอดเวลา 

เพราะส่วนใหญ่ท่านก็จะอยู่ในความสงบ 

เมื่อใดที่ท่านแผ่จิตทีแสงก็สว่างไปทั่วจักรวาล


เราจะกล่าวต่อครูผู้แสนรู้แบบ “เจ้าไบเด้น”

ที่เราอุ้มชูเลี้ยงดูเอาไว้ที่สถานธรรมว่า

ที่ครูท่านนี้กล่าวมามิใช่ประสบการณ์ของเรา

ครูคนนี้กำลัง “มุสา” ก้าวล่วงเราอย่างไร้สติ

เชื่อว่าถ้าครูคนนี้มีดีกรีดอกเตอร์ไม่มีมารแฝง

จิตสำนึกผิดชอบชั่วดีน่าจะมีมากกว่านี้แน่นอน

จะไม่ประดิดประดอยคำสอนอันเป็นเท็จเช่นนี้

ทั้งยังก้าวล่วงเราเป็นทำนองว่าเห็นผิดรู้ผิด

เพราะอ่อนด้อยในการปฏิบัติกรรมฐานเสียอีก


เราจะบอกความจริงต่อท่านทั้งหลายว่า

มรรควิถีจิตจักรวาลนี้มีปณิธานหลุดพ้นนิพพาน

โดยไม่ต้องบ้านั่งกรรมฐานที่เป็นเทคนิคสมาธิ

แล้วถูกหลอกให้เพ่งจิตจนเห็นโน่นเห็นนี่

พอเห็นแล้วก็หลงผิดคิดว่าตนนั้นบรรลุมรรคผล

จนเกิดกิเลสมารครอบงำจิตใจหนักยิ่งขึ้นอีก


เห็นหรือยังล่ะว่าส่วนใหญ่ปฏิบัติธรรมมานาน

ก็ยังนิพพานกิเลสไม่ได้ยังไม่อาจหลุดพ้นได้

เพราะเป็นฆราวาสแต่เลือกวิธีปฏิบัติไม่ถูกตรง

ชาวจิตจักรวาลจึงไม่มีใครรู้ผิดเพราะว่าเห็นผิด

ถ้าจะผิดมีอยู่เรื่องเดียวคือ “คิดผิดเข้าใจผิด”

ซึ่งแก้ได้ด้วยการฝึกใช้ #จิตตปัญญา มากขึ้น


เราจะบอกความจริงให้รู้ว่า

พรหมทุกรูปธรรมก่อนตายเป็นนักบวชมาก่อน

เป็นผู้เคร่งครัดในการนั่งกรรมฐานสมาธิฝึกจิต

เพราะเชื่อตามผีโสโครกที่หลอกลวงไว้ว่า

พระพุทธเจ้าปฏิบัติกรรมฐานจึงปรินิพพานได้

พี่น้องชาวพุทธผู้ปรารถนานิพพานจึงก้าวตาม

จนกลายเป็นประเพณีมาถึงทุกวันนี้


นักบวชรายที่นั่งสมถะกรรมฐานสมาธิชำนาญ

ถึงขั้นเพ่งนั่นโน่นนี่จนเห็นมายาสวรรค์กันได้

จึงหลงผิดคิดว่าตนเองนั้นบรรลุธรรมวิเศษแล้ว

ทั้งที่มารหรือผีโสโครกช่วยสร้างมายาให้เห็น

เพื่อจะได้ช่วยผียืนยันว่าสวรรค์มายามีอยู่จริง

พระเจ้าทรงกล่าวกับเราว่าพรหมที่แก่กล้า

ถ้าได้ขึ้นสวรรค์ใหม่ๆจะสนุกกับการเปล่งแสง

ใครฌานสูงมากกว่าก็จะเปล่งแสงได้กว้างกว่า


ทำไปทำมาพอได้รู้ว่าไม่เกิดประโยชน์อะไร

ก็จะไม่สนุกกับการทำบ่อยๆอีกต่อไปแล้ว

บางรายยังรู้ว่ายิ่งเปล่งแสงบ่อยพลังยิ่งเสื่อม

เมื่อไม่จำเป็นก็จะไม่ทำการเปล่งแสงแบบนั้นอีก


พี่น้องที่รักแห่งเราทั้งหลาย

ครูสอนธรรมปริญญาเอกทางโลกรายเดียวกันนี้

ยังกล่าวเชิงยกตนข่มเราเอาไว้อีกด้วยว่า


การที่เราเห็นพรหมเปล่งแสงคลุมจักรวาลนั้น

เป็นเรื่องธรรมดาไม่ใช่เรื่องพิเศษอะไรเลย

มันเป็นกิจกรรมธรรมดาสำหรับพรหมท่านนะ 

แต่อาจจะดูว่าเป็นเรื่องพิเศษสำหรับมนุษย์ 


#เพราะการเห็นเพียงบางส่วน #บางเวลา 

#ก็เลยไปสรุปผิดว่าเป็นจิตจักรวาล

#ที่เป็นผู้ครองจักรวาล #คือพระเจ้า


เราจะกล่าวต่อท่านทั้งหลายว่า

คนสอนธรรมคนนี้พระเจ้ามิได้ทรงเจิมแต่ง

จึงหมดอนาคตในการเป็นคนสอนธรรมแล้ว

เหลืออย่างเดียวจะนำพาจิตวิญญาณของตน

ให้รอดพ้นจากปฏิบัติการชำระโลกก่อนสิ้นยุค

ก่อนวันที่โลกนี้จะมืดค่ำนาน 8 ราตรีของฟ้า

ให้แคล้วคลาดปลอดภัยไปได้อย่างไร


เอเมน สาธุ


อนุตรธรรมาจารย์ปริญญา ตันสกุล

ถ่ายทอดคลื่นความคิดจากจิตจักรวาล

ด้วยวิธี Vertical Telepathy ในระบบจิตสู่จิต


จิตจักรวาลสถานธรรม อ.หล่มเก่า 

จ.เพชรบูรณ์ ประเทศไทย

23/06/2569


#เปิดค่าการมองเห็น #อนุญาตให้แชร์ได้