พี่ๆน้อง ๆที่รักแห่งเราทั้งหลาย
มีผู้หวังดีท่านหนึ่ง
ส่งข้อความข้างล่างนี้มาให้เรา
เพื่อจะแจ้งเราให้รู้ว่ามีผู้กล่าวพาดพิงถึง
#องค์จิตจักรวาล
เพื่อให้เราตรวจสอบว่า
เป็นคำกล่าวที่วิปริตผิดความจริงหรือไม่
เพราะเขาอ่านแล้วรู้สึกไม่สบายใจ
เราจึงขอถ่ายทอดและตอบคำถามไว้ให้
โดยตัดตอนออกเป็นข้อๆเพื่อความสะดวก
ในการตอบแสดงความคิดเห็นไว้ดังต่อไปนี้
(ตอนนี้เป็นตอนที่ 3)
#มีผู้กล่าวอวดรู้แต่รู้ผิดอีกว่า
3. “จิตท่านใหญ่ระดับจักรวาล
ท่านอยู่ในฌานสมาบัติกันทุกท่าน
ท่านชำนาญใน #อัปปมัญญา
เวลาท่านแผ่จิตทีก็ครอบจักรวาล
แต่ไม่ได้ครองจักรวาล”
#Answer:
คำกล่าวในข้อ 3.นี้
คนที่เขากล่าวไว้นั้นเขาหมายถึง #พรหม
โดยรู้ดีว่าพรหมนั้นชอบเข้าฌานสมาบัติ
ถนัดการแผ่เมตตาจิต กรุณาจิต มุทิตาจิต
อุเบกขาจิต อันไพบูลย์ ไปทั่วทุกทิศ
แผ่จิตทีก็ครอบคลุมไปทั่วทั้งจักรวาลเลย
เราขอย้ำไว้ตรงนี้อีกครั้งหนึ่งว่า
พระพุทธเจ้าท่านเคยปฏิเสธมาแล้วว่า
#พรหมไม่ใช่พระเจ้าและไม่ใช่พระผู้สร้าง
ครั้งนี้เราก็จะกล่าวความจริงให้รู้เอาไว้ด้วยว่า
#พรหมไม่ใช่จิตจักรวาลและไม่ใช่พระเจ้า
อย่าด้อยค่าองค์จิตจักรวาลที่มีพระองค์เดียว
ให้เป็นแค่ “พรหม” ต่อไปอีกเลยนะท่าน
จงอย่าทำไขสือดื้อรั้นดันทุรังอยู่ต่อไปอีก
เพราะแค่ขยายตัวออกครอบคลุมจักรวาลนั้น
มันไม่ใช่เรื่องความสามารถพิเศษอะไรเลย
จิตวิญญาณทุกรูปธรรมก็สามารถทำได้ทั้งนั้น
เราจะกล่าวความจริงให้ท่านทั้งหลายรู้ว่า
จิตวิญญาณทุกรูปธรรมนั้นจะมียานพาหนะ
ที่เป็นพลังงานชั้นนอกสุดคือ “เมอร์คขะบาห์”
คอยทำหน้าที่เหวี่ยงรูปธรรมตนเองทั้งระบบ
ให้เคลื่อนที่เดินทางไปยังจุดหมายใดๆก็ได้
ตามที่จิตวิญญาณของตนต้องการจะไป
นอกจากนั้น “เมอร์คขะบาห์” ที่ว่านี้
ยังสามารถเปลี่ยนแปลงขนาดและรูปร่าง
เป็นรูปทรงเรขาคณิตขนาดเท่าใดแบบใดก็ได้
ตามที่จิตวิญญาณของตนเองต้องการ
เช่นสามารถรีดตนเองให้เล็กเท่ารูเข็มก็ได้
ถ้าต้องการจะลอดผ่านรูเล็กๆเท่ารูเข็มนั้นไป
หรือสามารถรีดตัวเองให้แบนๆเพื่อลอดผ่าน
ไปทางใต้บานประตูเพื่อเข้าออกห้องนั้นก็ได้
หรือเมื่อจิตวิญญาณนั้นเข้าไปอยู่ในขวดโหล
ก็สามารถขยายตัวเองออกจนใหญ่เท่าขวดนั้น
ด้วยวิธีเพิ่มปริมาตรของตนเองแต่มวลเท่าเดิม
ซึ่งจิตวิญญาณทุกรูปธรรมล้วนทำกันได้ทั้งสิ้น
เรายืนยันว่ามันไม่ได้มีอะไรแปลกใหม่เลย
แต่ที่ทำให้พรหมหลงผิดคิดว่าตนเป็นพระเจ้า
ก็ตรงที่พรหมนั้นเป็นรูปธรรมที่มี “ฌาน” สูง
จึงเหมือนกับอึ่งอ่างตัวใหญ่กว่าใครเขาเพื่อน
เมื่อทำการพองตัวขึ้นอึ่งอ่างตัวนั้นก็จะตัวใหญ่
จนอึ่งอ่างส่วนใหญ่ที่ตัวเล็กกว่าต้องชิดซ้ายไป
อึ่งอ่างตัวที่เล็กกว่าที่เรากล่าวถึงในที่นี้ก็คือ
เทพเทวดาที่ต่ำชั้นกว่าพรหมนั่นเอง
กรณีการมีฌานสูงสำหรับ “พรหม” นั้น
ไม่ได้ต่างจากอึ่งอ่างตัวที่ทำให้ตนเองพองโต
จนมีขนาดใหญ่กว่าอึ่งอ่างทั่วไปที่เขาทำกันได้
เพราะพรหมสามารถแผ่ “อัปปมัญญา” บารมี
ออกไปครอบคลุมจักรวาลได้กว้างไกลกว่าใคร
อันเป็นความหลงในอัตตาของประดารูปพรหม
ที่ยังคงยึดติดกันอยู่นั่นแหละท่าน
เราจะขอกล่าวความจริงต่อท่านผู้อวดรู้รายนี้ว่า
การที่ท่านไปสรุปว่า “พรหมคือจิตจักรวาล” นั้น
มันเป็นการแสดงวิสัยทัศน์ที่ออกจะคับแคบมาก
เพราะท่านมองจักรวาลเหมือนกบในกะลาครอบ
ด้วยคิดว่าพื้นที่ในกะลาที่กบอยู่มันคือจักรวาล
โดยไม่รู้ว่านอกกะลานั้นยังมีจักรวาลที่ใหญ่กว่า
นี่แน่ะ...เราจะเปิดกะลาให้ท่าน
แลกกับการ “เปิดใจ” ของท่านให้กว้างด้วย
ไม่เช่นนั้นแล้วเราจะคุยกันไม่รู้เรื่องแน่นอน
การที่พวกท่านเลือกเดินตามเส้นทางมาร
ด้วยการเลือกนิพพานผ่านไปทางสวรรค์มายา
ซึ่งเป็นหลุมพรางที่พวกมารเขาขุดกับดักเอาไว้
เพียงแค่หลงเชื่อว่าถ้าตายแล้วไม่มาเกิดอีกนั้น
ตัวท่านเป็นผู้ที่เข้าถึงซึ่งการพ้นทุกข์ได้แล้ว
โดยไม่เชื่อฟังคำตรัสเตือนของพระพุทธเจ้าว่า
การเดินทางนั้นเป็นนิพพานแบบตาลยอดด้วน
เพราะจิตวิญญาณท่านมาเกิดเป็นมนุษย์
ถ้าจะหลุดพ้นนิพพานโดยไม่กลับมาเกิดอีก
จิตวิญญาณท่านต้องกลับคืนสู่บ้านที่ตนจากมา
จะหายไปเฉยๆหรือหายตัวไปเลยนั้นไม่ได้แน่
เราขอถามท่านไว้ตรงนี้ว่า
พระพุทธเจ้าที่ท่านทรงปรินิพพานแล้วนั้น
ท่านไปเกิดเป็น “พรหม” ผู้ยิ่งใหญ่หรือเปล่า
หากไม่ใช่พรหมก็ช่วยตอบเราทีเถิดว่าขณะนี้
พระจิตวิญญาณพระพุทธเจ้าท่านไปอยู่ที่ไหน
มั่วเก่งเดาเก่งไม่ใช่หรือช่วยตอบเราด้วยนะ
อย่าตัดจบด้วยคำกล่าวแค่เพียงสั้นๆว่า
ผู้ที่ตายแล้วไปเกิดเป็นอรหันต์บนสวรรค์มายา
แสดงว่าจิตวิญญาณนิพพานแล้วไม่เกิดอีกแล้ว
คำถามของเราคือจิตวิญญาณที่ไม่เกิดอีกแล้ว
รูปธรรมนั้นท่านหายไปอยู่ที่ไหนต่างหากล่ะ
คำว่า “จักรวาล” นั้นความจริงของเราก็คือ
สนามพลังงานสากลหมายถึงองค์จิตจักรวาล
ซึ่งเป็นรูปธรรมแรกที่ทรงอุบัติขึ้นมาได้เอง
ตามเหตุปัจจัยที่เราเคยอธิบายเอาไว้นานแล้ว
ส่วนคำว่า “จักรวาล” ที่เป็นความจริงของท่าน
มันคือจักรวาลที่เป็น “เอกภพ” ซึ่งพระเจ้าสร้าง
แล้วจัดวางไว้บนสนามพลังงานสากลอีกทีหนึ่ง
โดยใช้เอกภพเพื่อเป็นห้องทดลองของพระองค์
ทั้งครูสอนธรรมที่อวดอุตริและศิษย์ที่ถูกครูสอน
ต่างก็เป็นดั่งกบในกะลาใบเล็กด้วยกันนั่นแหละ
เนื่องจากสวรรค์มายาที่มนุษย์ใช้กิเลสสร้างขึ้น
เป็นภพภูมิที่แทรกซ้อนอยู่ในที่ว่างของเอกภพ
แต่มันเป็นมิติทางพลังงานด้านของจิตวิญญาณ
ที่พรหมแผ่แสงขยายออกไปคลุมทั้งจักรวาล
เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นภายในเอกภพนี้เท่านั้น
จักรวาลของพรหมและท่านผู้ก้าวล่วงพระเจ้า
กับจักรวาลของเราตัวแทนแห่งองค์จิตจักรวาล
ผู้ที่รับพระบัญชาจากพระองค์เข้ามาทำหน้าที่
แจกจ่ายขนมปังหรืออนุตรธรรมของพระเจ้า
ให้แก่มนุษยชาติทุกศาสนาในปลายยุคนี้นั้น
ท่านต้องรู้ว่ามิใช่จักรวาลเดียวกันแต่อย่างใด
เพราะองค์ “จิตจักรวาลดวงใหญ่”
พระผู้สร้างทุกสรรพสิ่งขึ้นไว้ในเอกภพ
ที่พระศาสดาผู้รับพระบัญชามาจากพระองค์
น้อมถวายพระเกียรติร่วมกันว่า #พระเจ้า นั้น
ทรงเป็นมหาจักรวาลที่มีเอกภพซ้อนทับอยู่
ไม่ต่างจากเอกภพที่เปรียบเป็นเหมือนถุงไข่
ที่แม่แมงมุมใช้น้ำลายถักทอห่อไข่เอาไว้ในนั้น
เมื่อสร้างถุงไข่เรียบร้อยแล้วจึงได้จัดวางถุงไข่
โดยวางเอาไว้บนโครงข่ายใยแมงมุมของตน
พื้นที่ในถุงไข่มีแค่เพียงน้อยนิด
แต่ภายนอกถุงไข่ที่เป็นโครงข่ายใยแมงมุม
เป็นพื้นที่อันกว้างใหญ่กว่าหลายเท่านัก
แค่เป็นลูกแมงมุมตัวใหญ่ตัวหนึ่งในถุงไข่
ที่ยังเจาะถุงไข่ออกมาวิ่งเล่นภายนอกถุงไม่ได้
ไม่ว่าท่านจะเรียกว่าพรหมหรือเรียกว่าอะไร
แท้จริงแล้วก็ยังคงอยู่ในถุงไข่คือเอกภพ
ที่ยังเป็นเหมือนกบในกะลาอยู่นั่นแล้ว
เอเมน สาธุ
อนุตรธรรมาจารย์ปริญญา ตันสกุล
ถ่ายทอดคลื่นความคิดจากจิตจักรวาล
ด้วยวิธี Vertical Telepathy ในระบบจิตสู่จิต
จิตจักรวาลสถานธรรม อ.หล่มเก่า
จ.เพชรบูรณ์ ประเทศไทย
12/06/2569
#เปิดค่าการมองเห็น #อนุญาตให้แชร์ได้
