03 มีนาคม 2564

สนทนาประสาจิตจักรวาล 03/03/2021

 สนทนาประสาจิตจักรวาล

03/03/2021


พี่ๆน้องๆที่รักแห่งเราทั้งหลาย
เราจะกล่าวความจริงต่อท่านทั้งหลายว่า

มนุษย์ทุกคนกับดาวเคราะห์โลกดวงนี้
จักต้องเป็นหนึ่งเดียวกันเท่านั้น
ทั้งโลกทั้งมนุษย์จึงจะดำรงอยู่อย่างสมดุลได้
ถ้ามนุษย์โลกทุกคนไม่เป็นหนึ่งเดียวกัน
มนุษย์ก็จะไม่อาจเป็นหนึ่งเดียวกันกับโลกนี้ได้

วิธีการที่มนุษย์โลกทุกคนทุกชาติทุกศาสนา
ไม่ว่าแต่ละคนจะพูดจาเป็นภาษาอะไรก็ตาม
จะเข้าถึงการเป็นหนึ่งเดียวกันได้อย่างแท้จริง
ทุกๆคนจะต้อง "รักกัน" อย่างจริงใจเท่านั้น

การรักกันอย่างจริงใจหมายถึง

1.ทุกคนต้อง รักเพื่อให้ ไม่รักเพื่อเอา
เพราะ รักเพื่อให้เป็นรักบริสุทธิ์
เป็นรักที่ไม่ต้องการสิ่งตอบแทนใดๆ
นอกจากมีความสุขจากการได้เป็นผู้ให้
และความสุขจากการได้เห็นเขาเป็นสุขเท่านั้น

2.ส่วนรักเพื่อเอานั้นก็คือ "ความใคร่"
เป็นความรักที่ต้องการได้รับการตอบสนอง
เป็นความรักที่ต้องการได้รับสิ่งตอบแทน
ถือเป็นความรักที่ไม่บริสุทธิ์เหมือนรักในข้อ 1.

ตัวอย่างเช่น
ท่านจะให้เพื่อน ยืมเงิน ก็ต่อเมื่อมั่นใจว่า
เพื่อนคนนั้นมีปัญญาคืนเงินที่ยืมให้ท่านได้แน่
ถ้าไม่มั่นใจว่าจะคืนให้ได้ท่านก็จะปฏิเสธทันที
หรือการจะ ช่วยเหลือ คนที่เขาเดือดร้อน
ก็ต่อเมื่อหวังใจได้ว่าสักวันหนึ่งข้างหน้า
เขาจะช่วยเหลือท่านในยามเดือดร้อนได้บ้าง

3.ทุกคนต้องรักกันโดยไม่มีเงื่อนไขใดๆทั้งสิ้น
หมายความว่าท่านต้อง รักใครก็ได้
แม้ว่าเขาคนนั้นจะเป็นคนทำตัวไม่น่ารัก
ให้อภัยใครก็ได้แม้ว่าคนนั้นจะทำตัวไม่น่าให้อภัย
ที่สำคัญคือท่านต้องรักใครก็ได้
แม้ว่าเขาคนนั้นจะมิใช่คนในครอบครัวของท่าน
แม้ว่าเขาคนนั้นจะมิใช่ญาติพี่น้องของท่านเอง

ที่เรากล่าวมาทั้งสามประการนี้
มันคือ วิธีการ นำพาพวกท่านให้เป็นหนึ่งเดียวกัน
อันเกิดจากการอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุขในสังคม
และการเป็นหนึ่งเดียวกันในมิติของจิตวิญญาณ
ด้วยการสั่นสะเทือนจิตสามนึกด้านบวกร่วมกัน
จนนำไปสู่ พลังร่วมจากจิตสามนึกด้านบวก
ที่เป็นคลื่นความถี่ทางไฟฟ้าแม่เหล็กด้านบวก
ซึ่งดาวเคราะห์โลกเสรีดวงนี้ต้องการ

พี่ๆน้องๆที่รักแห่งเราทั้งหลาย

คลื่นความถี่ทางไฟฟ้าแม่เหล็กด้านบวก
ซึ่งเป็นพลังงานร่วมทางจิตสามนึกด้านบวก
อันเกิดจาก "ความรักเพื่อให้" อย่างไร้เงื่อนไข
ที่พวกท่านสั่นสะเทือนร่วมกันขึ้นมาได้นี้เอง
เป็นภารกิจของจิตวิญญาณผู้เป็นแก่นแท้
ซึ่งขันอาสาพระบิดาเข้ามาเกิดเป็นมนุษย์
เข้ามาเกิดเป็น สัตว์สังคม เพื่อทำหน้าที่นี้
ในบทบาทของ เพื่อนร่วมงานกับโลก

นานนับหมื่นๆปีมาแล้ว
ที่จิตหยาบซึ่งเป็นตัวแทนของตัวตนที่แท้จริง
ซึ่งท่านทั้งหลายเรียกว่า จิตวิญญาณ
ทำให้แก่นแท้ของตนต้องผิดหวังมาโดยตลอด
เพราะรักเพื่อให้ไม่ได้รักอย่างไร้เงื่อนไขไม่เป็น
จนต้องเวียนว่ายตายเกิดกันมานับภพชาติไม่ถ้วน

เราจะกล่าวความจริงให้รู้ว่า
องค์จิตจักรวาลหรือพระบิดาแห่งจิตวิญญาณ
ผู้ทรงสร้างทุกสรรพสิ่งในจักรวาลอันไพศาลนี้
ได้ทรงกำหนดสร้างให้ทั้งมนุษย์ทุกคนและโลก
มีจิตสำนึกที่สั่นสะเทือนร่วมกันเสมอ
ถ้ามนุษย์โลกสั่นสะเทือนจิตสามนึกร่วมกันไม่ได้
ดาวเคราะห์โลกก็จะสั่นสะเทือนจิตสามนึกไม่ได้

ถ้ามนุษย์โลกมีจิตสามนึกตกต่ำมากๆ
มีการทะเลาะเบาะแว้งกัน ทำศึกสงครามกัน
เบียดเบียนทำร้ายซึ่งกันและกัน ฆ่ากันตาย
จิตสำนึกของโลกก็จะตกต่ำลงมากเช่นเดียวกัน
โดยมนุษย์จะต้องทำสงครามกับภัยพิบัติทุกแบบ
ที่มีความตายกับความหายนะเป็นเดิมพัน

แต่ถ้ามนุษย์เข้าถึงจิตสามนึกด้านบวกได้
จิตสำนึกของโลกก็จะสั่นสะเทือนด้านบวกด้วย
ดาวเคราะห์โลกดวงนี้ก็จะสงบและสมดุล
ตัวชี้วัดว่าโลกสมดุลก็คือภัยพิบัติจะไม่เกิดขึ้น
เพราะโลกเหวี่ยงหมุนรอบตัวเองได้ต่อเนื่อง
ด้วยอัตราเร็วคงที่ คือ 24 ชม./รอบ

นอกจากนั้น
พวกท่านทั้งหลายที่ช่วยกันสร้างสมดุลโลก
ก็จะมีอายุขัยเครื่องยนต์แห่งกรรมคือกายสังขาร
สามารถใช้งานได้อย่างยืนยาวมากกว่าปกติด้วย
ที่สำคัญเป็นพิเศษก็คือพวกท่านจะ ฉลาดขึ้น
เพราะโลกจะเหวี่ยงคลื่นความถี่ทางไฟฟ้าด้านบวก
ออกมาจากแกนโลกปกคลุมหุ้มห่อทั้งระบบเอาไว้
ในรูปของโครงข่ายสนามแม่เหล็กโลกที่แข็งแกร่ง
พวกท่านฉลาดขึ้นและมีอายุยืนยาวขึ้นได้
ก็เพราะพลังอำนาจของสนามแม่เหล็กโลกนี่เอง

พี่ๆน้องๆที่รักทั้งหลาย
เราจะกล่าวความจริงให้ท่านรู้ว่า

เครื่องยนต์แห่งกรรมรูปธรรมมนุษย์
ซึ่งเป็นโครงสร้างทางชีววิทยาของร่างกายนั้น
พระบิดาหรือพระผู้สร้างหรือองค์จิตจักรวาล
ทรงกำหนดติดตั้งระบบไฟฟ้าเอาไว้ด้วย
เพื่อให้ร่างกายของมนุษย์โลกทุกคน
เป็นเหมือนแท่งแม่เหล็กขนาดเล็กแท่งหนึ่ง
ซึ่งวางอยู่ในสนามแม่เหล็กขนาดใหญ่
ก็คือโครงข่ายสนามแม่เหล็กโลกนั่นเอง

เมื่อดาวเคราะห์โลกเหวี่ยงหมุนรอบตัวเอง
ก็จะนำพามนุษย์ให้หมุนไปกับโลกด้วย
ทำให้เครื่องยนต์แห่งกรรมรูปธรรมมนุษย์
ซึ่งเป็นแท่งแม่เหล็กขนาดเล็กแท่งหนึ่ง
เคลื่อนตัดผ่านสนามแม่เหล็กโลกอย่างต่อเนื่อง

ภายในเซลอวัยวะร่างกายมนุษย์ทุกเซล
พระบิดาได้ติดตั้งกลไกทางไฟฟ้าเอาไว้ชิ้นหนึ่ง
พระองค์ทรงเรียกว่า ดิจิตัลลิส (Digitalis)
มีลักษณะคล้ายเสาอากาศทีวีที่มีสองแฉก
ให้ทำหน้าที่เป็นขั้วต่างทางไฟฟ้าในระดับเซล

เมื่อร่างกายมนุษย์แต่ละคน
เคลื่อนที่ตัดผ่านสนามแม่เหล็กโลกต่อเนื่อง
ด้วยอัตราความเร็วคงที่และสม่ำเสมอ
ขั้วต่างทางไฟฟ้าของดิจิตัลลิสในทุกเซล
จะเกิดกระแสไฟฟ้าเหนี่ยวนำขึ้นมาได้
ทั่วร่างกายมนุษย์จึงมีกระแสไฟฟ้าเหนี่ยวนำ
ไหลเวียนอยู่ทั่วร่างกายตลอดทั้งวันคืน

ด้วยเหตุนี้เอง
หัวใจ ปอด ตับ ไต ลำไส้ กระเพาะ
รวมทั้งอวัยวะภายในอื่น
และกระบวนการเมตาโบลิซั่มในระดับเซล
สามารถจะทำงานได้โดยอัตโนมัติ
โดยไม่ต้องใช้จิตสามนึกสั่งการหรือควบคุม

ความฉลาดทางปัญญาของสมอง
ความฉลาดทางอารมณ์ของจิตหยาบ
ความสมดุลในการทำงานของกลไกอวัยวะภายใน
ความสามารถในการสื่อสารทางจิตกับจักรวาล
ความมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงสมบูรณ์
ฯลฯ

ทั้งหมดซึ่งเป็นคุณสำหรับมนุษย์ที่กล่าวนี้
ล้วนได้รับอิทธิพลจากสนามแม่เหล็กโลกทั้งสิ้น
แน่นอนว่าความสมดุลของสนามแม่เหล็กโลก
ก็ต้องได้จากมนุษย์โลกรักกันเป็นหนึ่งเดียวกัน
เพื่อใช้ความรักช่วยกันค้ำจุนสมดุลโลกนั่นเอง

ทั้งหมดที่เราเปิดเผยมาให้รู้เหล่านี้
มันเป็นสัจธรรมระดับ อนุตรธรรม
มันเป็นความรู้นอกกะลาหรือนอกเอกภพ
ที่มีพระบิดาเท่านั้นที่ทรงรู้ความจริงนี้
เพราะพระองค์ทรงเป็นเจ้าขององค์ความรู้นี้
ซึ่งเป็นความจริงที่องค์สัพพัญญูก็รู้เองไม่ได้

พี่ๆน้องๆที่รักทั้งหลาย

ท่านคงพอจะคิดรู้กันได้เองแล้วว่า
ทำไมท่านจึงต้องรักเพื่อให้อันเป็นรักบริสุทธิ์
ทำไมท่านจึงต้องรักให้ได้ ให้อภัยให้เป็น
ทำไมจึงห้ามท่านว่าอย่าใช้กิเลส ตัณหา ราคะ
กับอารมณ์ขยะรายวันในการดำเนินชีวิต

ทำไมพระศาสดาทุกพระองค์
จึงสอนพวกท่านให้ "รักกัน"
เพราะมันดีกับพวกท่านทุกคนในทุกมิติไงล่ะ

การหลงในอัตตาและมายาของสรรพสิ่ง
การยึดติดในอัตตาตัวตนของตน
ล้วนเป็นบ่อเกิดของกิเลสตัณหาราคะ
กับอารมณ์ขยะรายวันที่เรากล่าวมา
รวมทั้งการงมงายเพราะไม่ใช้สติปัญญา
ล้วนเป็นที่มาแห่งความล้มเหลว
ในการดำเนินชีวิตประจำวัน
ทั้งในมิติโลกและมิติจิตวิญญาณควบคู่กันด้วย

จงตื่นแจ้งและตื่นตัวกันเถิดท่าน
พระบิดาทรงพิพากษาโลกแล้ว
ดาวเคราะห์โลกก็เสียสมดุลไปมากแล้ว
เนื่องจากจิตสามนึกของพวกท่านตกต่ำมาก
ถ้าท่านเปลี่ยนแปลงจิตสามนึกให้สูงขึ้นได้
จิตสำนึกโลกก็จะเปลี่ยนแปลงไปตามท่าน

กราบพระบาทพระบิดา

เอเมน สาธุ
ป.วิสุทธิปัญญา
3/03/2021