06 กันยายน 2560

นิพพาน คือ การหลุดพ้นของจิตวิญญาณ



#สนทนาประสาจิตจักรวาล

พี่ๆน้องๆที่รักทั้งหลาย
เราขอกล่าวความจริงต่อท่านทั้งหลายว่า

#นิพพาน คือ การหลุดพ้นของจิตวิญญาณ
เมื่อได้ละทิ้งกายสังขารทันทีที่จบสิ้นอายุขัย
โดยสามารถเดินทางข้ามมิติออกไป
จากระบบโลกและเอกภพซึ่งเป็นระบบใหญ่ได้

การที่จิตวิญญาณรูปธรรมใดก็ตาม
จะสามารถหลุดพ้นออกไปได้นั้น
จักต้องมีน้ำหนักมวลไม่เกิน 30 มิลลิกรัม
ซึ่งเป็นน้ำหนักเท่ากันกับตอนที่ข้ามมิติเข้ามา
สู่การเกิดเป็นมนุษย์ในระบบโลกเสรีนี้เท่านั้น

เพราะถ้ามีน้ำหนักมวลมากกว่านี้
ก็จะถูกโลกและเอกภพดึงดูดเหนี่ยวรั้งไว้
จนไม่สามารถเดินทางเคลื่อนที่ออกไปได้
ท่านเห็นหรือไม่ว่าขนาดเบาเท่าปุยเมฆ
ก็ยังมิอาจหลุดลอยออกไป
จากบรรยากาศโลกได้เลย
เมฆยังลอยค้างฟ้าให้ท่านเห็นอยู่ทั่วไป

ด้วยเหตุนี้เอง
เมื่อเดินทางข้ามมิติออกไปไม่ได้
จิตวิญญาณของท่านจึงต้องกลับมาเกิดใหม่
เพื่อมาเกิดเป็นมนุษย์บนโลกเสรีนี้อีก
ซึ่งจักต้องเวียนตายเวียนเกิดอยู่อย่างนั้น
จนกว่าท่านจะนำพาจิตวิญญาณออกไปได้

การเวี่ยนตายเวียนเกิดเช่นนี้เอง
ที่พระพุทธองค์ทรงเรียกว่า #การมีสังสารวัฏ

ท่านทั้งหลายจักต้องรู้ว่า
จิตวิญญาณของท่านมีน้ำหนักตัวเกินพิกัด
เป็นเพราะเหตุว่าท่านก่อกรรมเอาไว้มาก
ซึ่งกรรมที่ท่านก่อขึ้นเมื่อตอนที่เป็นมนุษย์นั้น
มันจะเกิด #ผลกรรม ในรูปของประจุไฟฟ้า

ถ้าก่อกรรมด้วยจิตที่ติดกิเลสตัณหาราคะ
ผลกรรมก็จะเป็นอนุภาคประจุลบ

ถ้าก่อกรรมด้วยจิตที่เป็นบวก
เช่น ทำบุญทำทานแล้วขอผลตอบแทน
หรือทำบุญเบื้องล่าง
แล้วหวังเอาไปสร้างวิมานเบื้องบน
ผลกรรมนั้นก็จะเกิดเป็นอนุภาคประจุบวก

แต่ละอนุภาคที่เป็นประจุลบและบวกนี้
จะมีน้ำหนักมวลเท่ากับ 10.5 มิลลิกรัม
ถ้าจิตท่านถูกกิเลสตัณหาราคะครอบงำ
ไม่ว่าจะทำบุญกุศลหรือก่อบาป
ชั่วชีวิตก็มีแต่จะทำให้จิตวิญญาณของท่าน
มีน้ำหนักตัวเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ
เมื่อน้ำหนักตัวมากก็เหมือนคนอ้วนมาก
จะกระโดดไปให้ไกลๆก็ทำไม่ได้
เมื่อจบสิ้นอายุขัยจึงหลุดออกไปไม่พ้น

ดังนั้น
ท่านจงอย่าไปเชื่อว่า
ใครจะสามารถช่วยเหลือท่านให้นิพพานได้
องค์จิตจักรวาลก็ช่วยฉุดรั้งท่านออกไปไม่ได้
พระศาสดาพระองค์ใด
พระโพธิสัตว์พระองค์ไหนๆ
จะช่วยท่านให้นิพพานหรือหลุดพ้นก็ไม่ได้

เพราะอะไรท่านทั้งหลายรู้มั้ย?

เพราะว่าท่านผู้สูงส่งเหล่านั้น
จะไม่สามารถขัดถูประจุลบ
ที่เป็นผลกรรมจำเพาะรูปธรรมของใครๆ
ให้มีความใสสะอาดบริสุทธิ์ได้ไงล่ะ

เราจึงบอกกล่าวความจริงต่อท่านเสมอมาว่า
#กรรมดีกรรมชั่วเป็นของตัวเอง
#ใครทำใครได้ทำแทนกันไม่ได้

ใครหิวคนนั้นต้องทานเอง
ใครกระหายคนนั้นต้องดื่มเอง
ใครง่วงคนนั้นต้องนอนหลับเอง
ใครป่วยคนนั้นต้องทานยาหาหมอเอง
ไม่มีใครสามารถทำแทนรับแทนใครได้

ที่เราต้องพร่ำเตือนพวกท่านบ่อยๆ
ก็เป็นเพราะว่ามันสำคัญเช่นนี้เอง

พี่ๆน้องๆที่รักแห่งเราทั้งหลาย
โลกถึงกาลสิ้นยุคแล้ว
ภัยพิบัติอันตรายกำลังกรายเข้ามา
ก่อนสิ้นชีวิตในภพชาตินี้
เร่งหาวิธีหลุดพ้นออกไปจากระบบให้ได้
จงอย่าเหลวไหลโลเลอยู่อีกเลย
เรากลับมาช่วยพวกท่านตามสัญญาแล้ว

เรามาช่วยท่านทั้งหลายได้แค่เพียง

ชี้ทางไปนิพพานว่าไปทางใด
ชี้วิธีชำระจิตใจให้ใสสวย
ชี้วิธีที่จะเข้าถึงความรักบริสุทธิ์ในตนเอง
ชี้วิธีเข้าถึงพลังอำนาจทางปัญญาในตนเอง
ชี้วิธีที่จะละวางกิเลสตัณหา

ชี้แนะให้รู้ว่าปัญหาของท่าน
ที่เข้าถึงการหลุดพ้นยังไม่ได้เพราะเหตุใด

ชี้แนะให้รู้ว่าจิตวิญญาณท่านเป็นใคร
มาจากไหน มาเกิดเป็นมนุษย์ทำไม
มีหน้าที่ต้องทำอะไรบ้าง
ใครอนุญาตให้ท่านมาเกิดเป็นมนุษย์

จงรีบหยิบปัญญามานิพพานกรรมให้สิ้น
ไม่ก่อกรรมใหม่และแก้ไขกรรมเก่าให้หมด
ด้วยการผ่านทุกบททดสอบที่เผชิญให้ได้
โดยใช้ลูกแก้วสองดวงที่ทรงประทานมาให้
คือ มหาสติ กับปณิธานแห่งนิพพานเท่านั้น
จงอย่าเดินถ่างขา
เพราะมันจะทำให้ท่านเดินช้า
เวลาไม่พอให้ท่านเอ้อระเหยอีกแล้ว

จงอย่าเกียจคร้านใช้ปัญญา
เพราะท่านอาจจะเสียท่าฝ่ายมาร
เพราะมารก็สอนธรรมะได้จงจำไว้ให้ดี

เรามาเพื่อช่วยเหลือพวกท่าน
ที่จะกลับบ้านเกิดเมืองนอนของจิตวิญญาณ
โดยไม่ต้องการผลประโยชน์อันใดแลก

เราไม่ประสงค์จะเป็นศัตรูกับใครทั้งนั้น
เราเพียงทำหน้าที่ตามพระบัญชาพระบิดา
เราเพียงกลับมาทำหน้าที่ตามสัญญา
ถ้าท่านเป็นผู้รอคอย
คำกล่าวทั้งหมดในบทนี้
จักเป็นแสงสว่างกระจ่างใจโดยพลัน

เอเมน สาธุ
ป.วิสุทธิปัญญา
6-09-2017