พี่ๆน้อง ๆที่รักแห่งเราทั้งหลาย
เราจะกล่าวความจริงต่อท่านทั้งหลายว่า
เรื่อง #กฎแห่งกรรม นั้นมันมีอยู่จริง
เพราะมนุษย์ทำผิดต่อกฎแห่งกรรมนี่แหละ
ทำให้เมื่อตายแล้วจิตวิญญาณแก่นแท้ของตน
ไม่อาจหลุดพ้นออกไปจาก “สังสารวัฏ” ได้
คำว่า #สังสารวัฏ หมายถึง
การเวียนว่ายตายเกิดคือหมุนวนกันอยู่อย่างนั้น
ทั้งที่จิตวิญญาณซึ่งมาเกิดไม่มีหน้าที่ต้องตาย
โดยทุกคนจะมีชีวิตเป็นอมตะได้นานหกหมื่นปี
เพื่อทำหน้าที่ใช้เมตตาธรรมค้ำจุนสมดุลโลก
ในบทบาท “คนสองมิติ” ที่ต้องอาศัยกายหยาบ
คือ “ขันธ์ห้า” เป็นเครื่องมือผลิตสร้างพลังงาน
ถ้าตายไปเหลือแต่จิตวิญญาณที่ไร้กายหยาบ
ผู้นั้นจะไม่อาจทำหน้าที่สำคัญดังกล่าวนี้ได้
มนุษย์โลกจึงถูกหลอกให้เสพติดกิเลส
ด้วย #ทฤษฎีการจูงใจ ของฝรั่งตะวันตก
โดยใช้สิ่งเร้าหรือใช้รางวัลมาล่อตาล่อใจ
ให้ชอบไม่ชอบให้อยากไม่อยากเสียจนเคยตัว
ถ้าไม่ชอบคือไม่อยากก็จะไม่ทำสิ่งสมควรทำ
ถ้าชอบคืออยากก็จะทำสิ่งนั้นแม้มันไม่ควรทำ
ถ้าลังเลไม่แน่ใจว่าชอบไม่ชอบอยากไม่อยาก
จะเกิดอาการ “สองจิตสองใจ” ขึ้นมาได้
ถ้าต้องทำหรือไม่ทำสิ่งนั้นก็จะไม่ทุ่มเทหมดใจ
เพราะว่ามนุษย์ส่วนมากเกิดอาการแบบนี้นี่เอง
จึงไม่สามารถเข้าถึงการใช้จิตสามนึกกันได้
การใช้ “จิตสามนึก” ได้นี้เราหมายถึง
มนุษย์คนนั้นจักต้องเข้าถึงความรักเพื่อให้ได้
ไม่ว่าจะเป็นการอดทนอดกลั้นและการให้อภัย
หรือการมีจิตเมตตา กรุณา มุทิตาและอุเบกขา
ทั้งด้วยจริตที่เป็นสันดานขันธ์หรือด้วยปัญญา
ที่จะได้จากสมองสองซีกของตนแก่คนทุกคน
ด้วยการใช้ธรรมชาติและเหตุผลอย่างง่ายดาย
โดยตอบสนองทุกคนได้อย่างไร้เงื่อนไข
ถ้ามนุษย์ประพฤติตนในสังคมได้อย่างถูกต้อง
คือรักได้แม้ใครคนนั้นจะทำตนไม่น่ารัก
อภัยได้เป็นแม้ใครคนนั้นจะทำตนไม่น่าให้อภัย
ทั้งยังไม่มีการต่อสู้ตอบโต้ต่อต้านใคร
จากการที่ตนเองเกิด “จิตตก” เพราะถูกยั่วยุ
จนสามารถเป็นผู้ #ยุติกรรม ที่ว่านั้นได้
หน้าที่ตายของจิตวิญญาณท่านย่อมไม่มีแน่
จิตวิญญาณของท่านก็ไม่ต้องลงไปแดนนรก
สัตว์นรกและสัตว์เดรัจฉานท่านก็ไม่ต้องเป็น
เพราะความโง่และงมงายของท่านก็ไม่มี
เพราะท่านฉลาดพอที่จะรู้ด้วยปัญญาว่า
เกิดเป็นมนุษย์สุดแสนที่จะประเสริฐเลิศแล้ว
ยังไงๆเกิดเป็นมนุษย์ย่อมดีกว่าเป็นเทพเทวดา
เพราะว่าจิตวิญญาณอาสามาเกิดเป็นมนุษย์
การเป็นคนชอบธรรมของมนุษย์
จึงจำเป็นที่สุดที่จะต้องเรียนรู้กันให้ได้ว่า
การจะเป็นมนุษย์ให้เป็นนั้นต้องทำอย่างไร
ไม่ใช่การหนีสังคมด้วยการโดดเดี่ยวตนเอง
มิใช่อยากไปสวรรค์คนเดียวโดยปิดอายตนะไว้
หรือแสร้งทำตนคล้ายคนที่มีอายตนะพิการ
ซึ่งปิดช่องทางการรับรู้เพื่อเรียนรู้ของตนไว้
จนไม่อาจใช้จิตตปัญญาและจิตสามนึกได้
ดีแต่ท่องธรรมกับจำได้ก็แต่ศีล
ถูกยั่วยุเมื่อไหร่ศีลที่เคยท่องจำก็กลับทำไม่ได้
เพราะจิตตกสติแตกกะทันหันจนเบรกไม่ทัน
การล่วงเกินกันและกันจนต้องจูงมือกันลงนรก
จึงเป็นเส้นทางทอดสู่การมีสังสารวัฏอยู่ซ้ำซาก
แทนที่จะก่อกรรมทำแต่ดีงาม
หมั่นทำดีเพื่อก่อกรรมดีแล้วมีความสุขสงบ
กลับทำดีเพื่อสั่งสมบุญกุศลเพื่อชาตินี้ชาติหน้า
เสมือนกับว่าปรารถนาจะตายแล้วเกิดใหม่
ด้วยการมีภพชาติกันอยู่ต่อไปอีกไม่รู้จบ
ซึ่งเป็น Mind Set ผิดๆในการปฏิบัติธรรม
ที่สมควรถอดรหัสผิดๆนี้ทิ้งไปเสียให้สิ้นทันที
จงจำไว้ว่าการที่จิตวิญญาณของท่านมาเกิดนี้
เป็นการอาสามาทำเพื่อค้ำจุนโลกและทุกสิ่ง
ท่านจึงไม่มีหน้าที่ทำลายความสมดุลสิ่งใดๆ
หากคิดเองไม่เป็นท่านจักเห็นจากกฎแห่งกรรม
ที่จะสำแดงผลให้ท่านเรียนรู้กันในชีวิตจริง
การปฏิบัติธรรมจึงมิใช่แค่การทนนั่งกรรมฐาน
มิใช่การสวดมนต์ถือศีลภาวนาและนั่งสมาธิ
การปฏิบัติธรรมที่ถูกตรงจักต้องทำที่จิตปัญญา
หากท่านปรารถนา #การหลุดพ้น ในชาตินี้
กราบพระบาทพระบิดาที่ทรงเมตตา
เอเมน สาธุ
อนุตรธรรมาจารย์ปริญญา ตันสกุล
31/08/2569
#เปิดค่าการมองเห็น
#อนุญาตให้แชร์ได้ #จิตจักรวาล
#พระบิดาแห่งจิตวิญญาณ #พระเจ้า
