ความจริงของกฏแห่งกรรม


พี่ๆน้อง ๆที่รักแห่งเราทั้งหลาย

เราจะกล่าวความจริงต่อท่านทั้งหลาย

ในพระนามองค์จิตจักรวาลหรือพระเจ้าว่า


เมื่อ “องค์จิตจักรวาล” ทรงดำริที่จะสร้าง

ห้องสำหรับการเรียนรู้ของพระองค์ห้องหนึ่ง

โดยห้องที่ใช้เรียนรู้แบบนี้สำหรับมนุษย์แล้ว

จะเรียกว่าห้องเรียน หรือ #ห้องทดลอง ก็ได้

เพราะการเรียนรู้ในลักษณะของ “พระผู้สร้าง”

จักต้องสร้างสิ่งนั้นๆขึ้นมาอย่างเป็นรูปธรรม


ดังนั้น

ทุกสิ่งที่พระองค์จะทรง “กำหนดสร้างขึ้น” 

จึงต้องมีพื้นที่ในการจัดตั้งเพื่อการดำรงอยู่

อีกทั้งยังต้องสะดวกต่อการกำกับดูแลด้วย

นี่คือเหตุผลการสร้างเอกภพของพระผู้สร้าง

ที่ลูกแกะของพระองค์คือพวกท่านทั้งหลาย

จักต้องรับรู้เอาไว้ในฐานะของบุตรกตัญญู


เพราะพวกท่านส่วนใหญ่บนโลกนี้

ต่างทำตนเป็น #บุตรกำพร้า กันมายาวนาน


คำว่า “บุตรกำพร้า” ในที่นี้เราหมายถึง

จิตปัจจุบันหรือจิตมนุษย์ที่เป็น “จิตหยาบ”

ซึ่งเป็นตัวแทนของจิตวิญญาณผู้อาสามาเกิด

จำพระบิดาแห่งจิตวิญญาณของตนไม่ได้

แม้มีพระบุตรเอกหรือศาสดาผู้มาจากพระเจ้า

ผลัดกันมาสร้างสติทางวิญญาณให้จนถึงที่

แต่คนส่วนใหญ่ที่ได้รู้กลับหันหลังให้พระองค์

ขณะที่อีกส่วนหนึ่งทำท่าดูเหมือนว่าจะจำได้

แต่ไปหลงเชื่อมารด้วยคิดว่ามารคือพระเจ้า


มารจะหลอกลวงบิดเบือนสัจธรรมอย่างไร

กลับเชื่อตามมารไปเสียทั้งหมดมิใช้ปัญญา

ทำให้จิตหยาบยกระดับแรงสั่นสะเทือนสูงขึ้น

เพื่อสร้างสมดุลในตนเองจนถึงระดับห้าไม่ได้

นอกจากนั้นมนุษย์ยังรักเพื่อให้กันไม่ได้ด้วย

จิตหยาบจึงเป็นหนึ่งเดียวกับจิตวิญญาณไม่ได้

เพราะมนุษย์ถูกมารหลอกลวงให้เสพติดกิเลส

จนถูกกิเลสมารเป็นกำแพงปิดกั้นกีดกันเอาไว้

ทำให้เข้าถึงความรักเพื่อให้หรือรักแท้กันไม่ได้


มนุษย์โลกจึงสิ้นความเป็นอมตะ

แทนที่จะเกิดมาแล้วจักต้องไม่มีภพชาติ

โดยต้องทำหน้าที่อยู่ประจำโลกตลอดเวลา

จะได้ช่วยกันใช้เมตตาธรรม #ค้ำจุนโลก

หรือใช้ความรักเพื่อให้ทำให้โลกเหวี่ยงหมุน

ซึ่งต้องอยู่ในบทบาท #คนสองมิติ เท่านั้น

ถ้ามีแค่จิตวิญญาณล่องลอยแต่ไม่มีกายหยาบ

ท่านผู้นั้นจะหมุนธรรมจักรเพื่อโลกไม่ได้เลย


โดยอาจจะกล่าวได้ว่า

เมื่อจิตวิญญาณของท่านใดที่ตายจากโลกแล้ว

ต้องหลุดหล่นลงไปบำบัดตนเองที่ในแดนนรก

เพื่อให้ท่านพญายมราชพิพากษากรรมให้ว่า

ท่านก่อกรรมทำผิดบาปไว้แบบไหนอย่างไร

จิตวิญญาณนั้นจะต้องไปบำบัดกันที่แดนไหน


เมื่อจิตวิญญาณรูปธรรมนั้นสมดุลดังเดิมแล้ว

จึงจะได้รับอนุญาตให้กลับมาเกิดบนโลกอีกได้

แต่ใครจะมาเกิดเป็นอะไรแบบไหนอย่างไรนั้น

ขึ้นกับดุลยพินิจของจ้าวแห่งนรกเพียงผู้เดียว

ซึ่งเรื่องราวของกฎแห่งกรรมนี้มนุษย์ยังรู้น้อย

เพราะส่วนใหญ่ยังด้อยการศึกษาเรียนรู้ไงล่ะ


ที่คนส่วนใหญ่รู้เรื่องกฎแห่งกรรมน้อยมาก

เพราะขาดครูที่เป็นผู้รู้จริงช่วยสืบสอนให้ก็มี

ครูผู้สอนที่ยังรู้ผิดรู้ถูกอยู่แล้วจำมาสอนก็มาก


มนุษย์โลกจึงไม่กลัว “กฎแห่งกรรม”

เพราะความไม่รู้หรืออาจรู้บ้างแต่ก็ยังไม่เข้าใจ

การก่อกรรมทำผิดบาปหรือใช้ชีวิตแบบมักง่าย

จึงทำให้คนส่วนใหญ่ออกจากสังสารวัฏไม่ได้

บางคนยังมองว่าเรื่องกฎแห่งกรรมนั้นเรื่องเล็ก


โดยหารู้ไม่ว่าเพียงแค่จิตตกสติแตกไปชั่วแว็บ

จิตท่านก็สามารถก่อกรรมทำเข็ญกันได้แล้ว

หรือเพียงแค่ปากเสียพูดจาไม่เข้าหูใครเขาเข้า

จนเป็นเหตุหรือเงื่อนไขให้เขาจิตตกสติแตก

ท่านเองก็ได้ก่อกรรมทำบาปขึ้นมาแล้วแหละ

เผลอๆถ้าเขาเจ็บจิตคิดแค้นอาฆาตจะเอาคืน

การเกี่ยวกรรมระหว่างกันมันก็จะเกิดขึ้นอีกด้วย


เมื่อต่างคนต่างตายจากโลกนี้ไปแล้ว

จิตวิญญาณต่างก็จะถูกพิพากษาให้ตกนรก

เพื่อเยียวยาจิตวิญญาณที่ป่วยไปตามอาการ

เมื่อต้องกลับมาเกิดใหม่บนโลกนี้อีกครั้ง

จิตวิญญาณของคนทั้งสองที่เกี่ยวกรรมกันอยู่

ต้องกลับมาเรียนรู้ร่วมกันบนโลกนี้อีกครั้งว่า

ฝ่ายที่อาฆาตพยาบาทต้องยกระดับจิตหยาบ

เพื่อค้ำจุนจิตวิญญาณของตนให้สมดุลไว้ให้ได้

แม้จะถูกอีกฝ่ายยั่วยุเหมือนในอดีตชาติซ้ำอีก


ขณะที่ฝ่ายของผู้กระทำเงื่อนไขยั่วยุเองนั้น

จักต้องเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผ่านจิตสามนึก

โดยใช้จิตตปัญญาคือความรักและความฉลาด

เป็นเครื่องมือในการขับเคลื่อนพฤติกรรมใดๆ

ต่อคู่เวรคู่กรรมรายนั้นและเพื่อนมนุษย์ทั้งโลก

เพื่อแสดงให้เห็นว่าท่านเป็นมนุษย์มิใช่สัตว์


(โปรดติดตามตอนต่อไป)


กราบพระบาทพระบิดาที่เมตตา

เอเมน สาธุ

#ปัญญาวิสุทธิ์

20/08/2569