พระบุตรเอก​ ตอนที่1


พี่ๆน้อง ๆที่รักแห่งเราทั้งหลาย

เราจะกล่าวความจริงต่อท่านทั้งหลายว่า


พระศาสดาของโลกผู้มาจากพระเจ้า

ที่ชาวโลกรู้จักมีอยู่ด้วยกันทั้งสิ้น 2 พระองค์

ต่างทรงเป็น #พระบุตรเอก ด้วยกันทั้งสิ้น

นั่นคือองค์ “เยซูคริสต์เจ้า” กับท่าน “การ์ดี”

ผู้เสด็จเข้ามาทำหน้าที่คนละยุคสมัยกัน

แต่ทั้งสองทรงเป็นพระจิตวิญญาณเดียวกัน


คำว่า “พระบุตรเอก” ในที่นี้เราหมายถึง

พระจิตวิญญาณบริสุทธิ์ผู้รับพระบัญชา

ให้เสด็จข้ามมิติเข้ามาทำหน้าที่ในเอกภพ

เพื่อประจำการอยู่ที่ระบบโลกเสรีแห่งนี้

ในการรับพระวรสารและรับสื่อพระโอวาท

แล้วนำมากล่าวประกาศต่อมวลมนุษยชาติ

ซึ่งเป็นอนุตรธรรมในพระนามแห่งพระเจ้า


โดยพระบุตรเอกพระองค์เดียวนี้

เป็นรูปธรรมจิตวิญญาณพระองค์เดียวเท่านั้น

ที่ทรงประทับอยู่แทบเบื้องพระยุคลบาท

ของพระเจ้าอย่างใกล้ชิดอยู่ตลอดเวลา 

พระบุตรเอกจึงรู้เห็นทุกภารกิจของพระเจ้า

มากกว่าบุตรของพระเจ้าพระองค์อื่นๆ


เพราะบุตรของพระเจ้าพระองค์อื่นๆนั้น

เมื่อแบ่งภาคออกมาจากจิตจักรวาลดวงเล็ก

ซึ่งเป็นพระมารดาแห่งจิตวิญญาณแล้ว

ได้ขันอาสาพระเจ้าเข้ามาเกิดอยู่ในระบบโลก

เพื่อทำหน้าที่ใช้เมตตาธรรมค้ำจุนสมดุลโลก

เมื่อโลกสมดุลเอกภพระบบใหญ่จะสมดุลตาม

เพราะว่าเอกภพเป็นห้องทดลองของพระเจ้า

จะเกิดการเสียสมดุลไปไม่ได้เลย


ดังนั้น

พระบุตรของพระเจ้าที่เกิดจากพระมารดา

ซึ่งเป็นจิตวิญญาณดวงอื่นๆจึงมิได้อยู่ใกล้ชิด

เพราะต้องข้ามมิติมาทำภารกิจยังโลกเสรีนี้

ในบทบาท “ลูกแกะ” ของพระเจ้ากันนั่นเอง


เพราะพระศาสดาที่เกิดจากโลก

ทรงเป็นมนุษย์ผู้ได้รับการเจิมแต่งจากพระเจ้า

ให้รับหน้าที่เป็นผู้นำทางจิตวิญญาณของโลก

แต่พระศาสดาที่เกิดจากโลกทั้งหลายนั้น

ทรงมีเครื่องยนต์แห่งกรรมเป็น “คนสองมิติ”

มีสมองสองซีกและมีความฉลาดทางปัญญา

ให้ทรงใช้ได้ 3 ระดับเหมือนกับมนุษย์ทั่วไป

เนื่องจากขีดความสามารถของสมองมีจำกัด


ปัญญาในระดับต้นก็คือ #จิตสัญชาตญาณ

โดยเป็นการทำงานร่วมกันของ #จิตวิญญาณ

กับส่วนที่เป็นก้านสมองตรงบริเวณท้ายทอย

ซึ่ง #จิตหยาบ จะต้องทำหน้าที่คอย “รับรู้”

หรือต้องคอยรับฟังเอาไว้เพื่อตอบสนองทันที

เพราะว่าเป็นความต้องการของจิตวิญญาณ

ผู้เป็นตัวตนแก่นแท้ของตัวท่านนั่นเอง


ปัญญาในระดับสองก็คือ #สติปัญญา

เป็นการสั่นสะเทือนร่วมกันของ “จิตหยาบ”

กับส่วนที่เป็น “เซลล์สมองซีกซ้าย” เท่านั้น


เมื่อท่านมีการคิดแบบจิตมนุษย์

กรณีที่ใช้หลักอริยสัจสามประการของพุทธ

อันประกอบด้วย ทุกข์ สมุทัย และ นิโรธ

เพื่อจัดการกับปัญหาที่คนอื่นยื่นโยนมาให้

จนทำให้ท่านเกิดความทุกข์กายทุกข์ใจ

กระบวนการของอริยสัจสามนี้จะช่วยท่านได้

จักต้องใช้จิตหยาบกับสมองซีกซ้ายเท่านั้น


จงจำเอาไว้นะว่า

คำว่า #นิโรธ ที่หมายถึงการล่วงพ้นนี้นั้น

พระพุทธเจ้ามิได้ทรงหมายถึงการ “พ้นทุกข์”

โดยการนั่งกรรมฐานด้วยวิธีการกดข่มจิตไว้

จนหลงผิดคิดว่านั่นเป็นการดับทุกข์ได้สิ้นเชิง

ตามที่หลายคนหลงผิดคิดว่าตนนิพพานแล้ว


ผู้ที่ตายแล้วจิตวิญญาณไปเกิดบนสวรรค์มายา

แล้วไม่กลับลงมาเกิดเป็นมนุษย์บนโลกนี้อีก

มิใช่เพราะนั่งกรรมฐานแล้วนิโรธตัวทุกข์ได้สิ้น

แต่ที่หลุดลอยไปอยู่บนนั้นมันคือการหลงทาง

เพราะวันๆได้แต่นั่งกรรมฐานปฏิบัติทำอยู่กับที่

พร้อมกับการคอยกดข่มจิตตนเองไว้ตลอด

โอกาสที่จะนึกลบคิดลบพูดลบหรือเกิดกิเลส

จึงแทบจะไม่มีการก้าวล่วงผู้ใดใครอื่นได้เลย


เมื่อเคร่งครัดกรรมฐานกันเสียขนาดนั้น

จิตวิญญาณของท่านเมื่อตายจากโลกนี้แล้ว

จะมีผลกรรมมากมายติดตัวไปได้อย่างไร


เพราะจิตคิดแต่จะหนีทุกข์ไปจากโลก

และฝักใฝ่จะไปเสวยสุขอยู่บนสวรรค์มายา

แทนที่จะฝักใฝ่กลับบ้านไปกราบพระบิดา

กลับคืนสู่แดนสวรรค์นิรันดรที่ตนเองจากมา


โลกจึงเหนี่ยวรั้งจิตวิญญาณให้หลุดลงมา

ถือกำเนิดเกิดใหม่มีภพชาติใหม่อีกไม่ได้

เพราะน้ำหนักมวลจิตวิญญาณมีไม่มากพอ

รูปธรรมนั้นจึงหลุดลอยไปค้างบนนั้นสมดั่งใจ

ทั้งที่แดนสวรรค์มายามันก็มิได้มีอยู่จริง


อีกทั้งจิตวิญญาณของท่านก็ไม่อาจหลุดพ้น

เพื่อคืนกลับบ้านเกิดแดนสุญตานอกเอกภพ

เพราะจิตหยาบของท่านยังขาดการสำนึกอยู่

คือยังจำผู้ให้กำเนิดจิตวิญญาณตนเองไม่ได้

จึงทำสามเหลี่ยมกับพระองค์ก่อนตายไม่เป็น

เพราะว่าพวกท่านไม่ยอมรับฟังพระโอวาท

ที่ทรงสื่อผ่านเรามาไงล่ะ


บัดนี้โลกสิ้นยุคพลังงานเก่าแล้ว

จิตวิญญาณของมนุษย์ทุกคนทุกรูปธรรม

ได้เวลาจะต้องหลุดพ้นนิพพานสู่บ้านเกิด

ซึ่งเป็นพระนิเวศน์ของพระเจ้า

อันหมายถึง #สวรรค์นิรันดร นั่นแหละ


ท่านทั้งหลายจักต้องจำเอาไว้ด้วยว่า

จิตวิญญาณของพวกท่านทั้งโลก

ไม่ว่าชาติใดเผ่าใดนับถือศาสนาใดก็ตาม

พวกท่านล้วนมาจากที่เดียวกันทั้งสิ้น

นั่นคือมนุษย์ล้วนถือกำเนิดมาจากพระเจ้า


#จิตจักรวาลนี่แหละคือพระเจ้า

#พระเจ้ามีเพียงพระองค์เดียวเท่านั้น

#อย่าเอาเทพเจ้ามาบิดเบือนว่าเป็นพระเจ้า

#เทพเจ้าคือบุตรพระเจ้าที่หลงทางนิพพาน


องค์จิตจักรวาลคือพระเจ้าพระองค์เดียว

ทรงเป็นจุดเริ่มต้นคือทรงเป็นผู้สร้างทุกสิ่ง

รวมทั้งทรงเป็นผู้สิ้นสุดทุกสิ่งที่ทรงสร้างด้วย

เมื่อจิตวิญญาณพวกท่านเสร็จสิ้นภารกิจ

เมื่อทำหน้าที่ครบหกหมื่นปีโลกคือสิ้นยุคแล้ว

จิตวิญญาณพวกท่านผู้มาจากพระองค์

จึงต้องคืนกลับไปหาพระองค์เพื่อสิ้นสุดกัน


บัดนี้ได้เวลาที่จะต้องคืนกลับกันแล้ว

ก่อนที่โลกนี้จะมืดรอบด้านนานถึง 8 ราตรี

ซึ่งลูกแกะของพระเจ้ากับลูกนกไฟของเรา

อาจไม่ปลอดภัยจากมารตัวร้ายที่รออยู่


(โปรดติดตามตอนต่อไป บทนี้ยังไม่จบ)


กราบพระบาทพระบิดาที่ทรงเมตตา

เอเมน สาธุ


#พระบุตรเอก

#ปัญญาวิสุทธิ์

#ปริญญา_ตันสกุล


6/08/2569


#เปิดค่าการมองเห็น