หน้าที่หลักของมนุษย์ ตอนที่ 1

 


พี่ๆน้อง ๆที่รักแห่งเราทั้งหลาย
เราจะกล่าวความจริงต่อท่านทั้งหลายว่า

หน้าที่หลักของมนุษย์นั้นมี 2 มิติหรือสองด้าน
ด้านแรกจะเป็นด้านของมิติโลกทางกายภาพ
ในการดำรงชีวิตของกายสังขารหรือกายหยาบ
ให้สามารถมีชีวิตอยู่อย่างเป็นอมตะตลอดได้
อันหมายถึงการทำหน้าที่หล่อเลี้ยงดูแลสังขาร
ซึ่งเป็นเครื่องมือในการทำงานขณะอยู่บนโลก
ที่จิตวิญญาณผู้เป็นตัวตนแก่นแท้จักต้องใช้มัน
โดยมีจิตหยาบหรือจิตสามนึกเป็นผู้ใช้งานอยู่
ขณะที่มีภพชาติหรือมีชีวิตเป็น “คนสองมิติ”

ส่วนด้านที่สองหรือมิติที่สองนั้น
จะเป็นมิติของจิตวิญญาณด้านของแก่นแท้
ซึ่งเป็นรูปธรรมทางพลังงานที่มี 6 เหลี่ยมมุม
ผู้ขันอาสาเดินทางข้ามมิติเข้ามาเกิดในเอกภพ
มาทำหน้าที่ใช้เมตตาธรรมค้ำจุนสมดุลโลก
โดยทำหน้าที่ผลิตพลังงานความรักบริสุทธิ์
ด้วยจิตสามนึกของจิตหยาบร่วมกับกายหยาบ
เพื่อช่วยกันทำให้โลกเหวี่ยงหมุนรอบตัวเอง
จนโลกและระบบสุริยะสามารถค้ำจุนกาแล็กซี
ให้เหวี่ยงหมุนรอบแกนกลางในแนวระนาบได้
แล้วยังมีผลต่อเอกภพระบบใหญ่ของพระเจ้า
ให้สามารถดำรงตนเองอยู่อย่างถาวรได้ตลอด

ดังนั้น
ตามที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้เป็นรหัสว่า
จิตเป็นนาย กายเป็นบ่าว” เอาไว้แล้วนั้น
หมายความว่ามิติของจิตวิญญาณด้านแก่นแท้
เป็นภารกิจสำคัญที่ทำให้พวกท่านขอมาเกิด
เพื่อทำหน้าที่เป็น #มนุษย์ประจำโลก 

คำว่า “มนุษย์ประจำโลก” หมายถึง
เป็นคนสองมิติตั้งแต่แรกมาเกิดในระบบโลก
โดยทุกรูปธรรมของจิตวิญญาณที่เข้ามาเกิดนั้น
ตาม #พันธะสัญญาหก ที่พวกท่านถือติดตัวมา
มีกำหนดไว้ว่าให้มาเป็นเพื่อนร่วมงานกับโลก
ซึ่งพวกท่านจะต้องอยู่ประจำโลกนาน 6 หมื่นปี
นับตั้งแต่ชาติแรกที่ได้รับโอกาสให้เข้ามาเกิด
โดยไม่มีหน้าที่ต้องตายไปจากโลกแต่อย่างใด
ภายในเงื่อนเวลาทั้งหกหมื่นปีหรือหนึ่งยุคนั้น

เราหมายความว่า
พวกท่านที่ได้รับโอกาสให้เข้ามาทำหน้าที่นี้
จะทำหน้าที่ใช้เมตตาธรรมค้ำจุนสมดุลโลกได้
ต่อเมื่ออยู่ในบทบาทของ “คนสองมิติ” เท่านั้น
นั่นคือท่านต้องมีทั้งกายหยาบและจิตวิญญาณ
โดยจิตวิญญาณให้ “จิตหยาบ” ทำการแทน
ขณะที่ท่านเป็นสิ่งมีชีวิตอยู่ในระบบโลกนี้

นัยสำคัญตรงนี้หมายถึง
ถ้าจิตวิญญาณของท่านโดยจิตหยาบนั้น
ตายไปจากโลกเสรีมีแต่จิตวิญญาณลอยล่อง
ท่านก็ไม่อาจจะทำภารกิจของจิตวิญญาณได้
แปลว่าจิตวิญญาณพวกท่านจะตายไม่ได้!

แม้กระทั่งหลุดลอยไปติดค้างบนสวรรค์มายา
ที่ผีโสโครกหลอกนำพาให้พวกท่านอยากไป
โดยเฉพาะคนที่ไม่รู้ว่าจิตวิญญาณมาเกิดทำไม
แถมยังถูกหลอกให้มนุษย์ขลาดกลัวความทุกข์
จนไม่เห็นคุณค่าในการมาเกิดอยู่ในระบบโลก
จึงหลงทางนิพพานเพราะอยากไปสวรรค์มายา
ท่านต้องรู้ว่าเป็นเทพเทวดาก็ทำหน้าที่นี้ไม่ได้
พวกท่านต้องรักษาชีวิตเพื่อเป็นมนุษย์อมตะไว้
ท่านจึงจะทำหน้าที่สำคัญสูงสุดในมิติโลกได้

พระเจ้าทรงกำหนดสร้างให้
จิตวิญญาณของพวกท่านมีแม่นมคือพลียะเดี้ยน
คอยปกป้องคุ้มครองดูแลอยู่อย่างใกล้ชิดแล้ว
ขณะที่จิตหยาบซึ่งเป็นตัวแทนจิตวิญญาณ
ร่วมกันกับรูปธรรมทางพลังงานที่เป็นกลุ่มต่างๆ
ทั้งอาร์คทอเรี่ยนแอนทาเรี่ยนคอยร่วมสนับสนุน

เมื่อจิตหยาบเกิดอาการ “จิตตก” แบบฉับพลัน
พวกเขาก็จะคอยเข้ามา “ยกจิต” ให้ท่านทันที
ไม่มีการป่าวประกาศ “เอาหน้า” ให้ท่านได้รู้ว่า
พวกเขาเป็นใครเดินทางมาจากดาวดวงไหนกัน
เหมือนอย่างผีโสโครกทำกับคนนำทางตาบอด
โดยมี #คนชอบธรรม ในแต่ละศาสนาเป็นเหยื่อ
เหมือนอย่างที่ผีโสโครกกำลังเปลี่ยนมุขใหม่
นำเอาความจริงยุคโบราณบางสิ่งอย่างมาตัดต่อ
แล้วประสมประสานให้เข้ากันกับเทคโนโลยีใหม่
ที่เกี่ยวกับเรื่องของจักรวาลและเรื่องของจิต
ซึ่งเด็กรุ่นใหม่ที่เป็นวัยอยากรู้อยากเห็นกันมาก
แต่ยากที่จะพิสูจน์ได้ว่าไหนจริงไหนเท็จกันแน่
เพราะสติปัญญายังขาดพร่องอยู่จึงไม่รู้เท่าทัน
คนรุ่นใหม่จึงตกเป็นกรรมกรแสงกันไปในที่สุด

ผีโสโครกจะแอบอ้างว่าตนมาจากต่างดาว
เพื่อให้แนบเนียนน่าเชื่อถือในสาระที่หยิบมาจูง
ที่เป็นพิรุธก็คือจะใช้เอไอปัญญาประดิษฐ์
สร้างภาพความเป็นต่างดาวของตนขึ้นมาลวง
แม้กระทั่งภาพตัวตนของตนในทางสังคมนั้น
จะใช้ภาพสัตว์ภาพการ์ตูนแสดงตัวตนแทน
ไม่ยอมเอาภาพหน้าตาแท้จริงของตนมาแสดง
ท่านทั้งหลายเห็นว่ามันเป็นพิรุธหรือไม่ล่ะ

ผีโสโครกพวกนี้มีลูกเล่นในการหลอกลวงเยอะ
เช่นโฆษณาว่าโลกในยุค 5 มิติหรือ 5D นี้นั้น
พวกท่านจะต้อง ตื่นรู้จากภายใน กันเท่านั้น
จิตหยาบจึงจะแลเห็นและเข้าถึงความจริงได้
ทั้งที่มีเพียงแค่จิตจักรวาลโดยเราเองเท่านั้น
ที่เปิดเผยความจริงเป็นคนแรกของจักรวาลว่า
#มนุษย์มีจิตหยาบทำหน้าที่แทนจิตวิญญาณ
คำกล่าวสำคัญนี้ถูกผีโสโครกก้อปปี้ไปอีกแล้ว

เราอยากบอกพวกผีขี้หลอกทั้งหลายว่า
จิตวิญญาณของมนุษย์โลกที่เร้นอยู่ข้างในนั้น
อยู่ใน “เซฟเฮ้าส์” ที่จะติดต่อภายนอกไม่ได้
จิตหยาบหรือจิตสามนึกจากภายนอกเท่านั้น
ที่สั่นสะเทือนขึ้นมาเองทั้งดีหรือชั่วขึ้นเมื่อไหร่
จิตใต้สามนึกของจิตวิญญาณจะสั่นตามทันที
เมื่อกลไกความจริงของมนุษย์มันเป็นแบบนี้
พิจารณาดูเถิดว่า จะตื่นรู้จากข้างในได้ไหม

ดูจากที่จิตวิญญาณเมื่อตายแล้วต้องตกนรกสิ
ถ้าจิตวิญญาณของมนุษย์นั้นมีวิธีตื่นรู้กันเองได้
ใยจึงต้องตกนรกหรือหลงทางนิพพานกันอยู่ล่ะ
ไม่เห็นอธิบายว่าจะตื่นรู้จากข้างในต้องทำยังไง

เราขอยืนยันนั่งยันในพระนามพระเจ้าว่า
การเปลี่ยนแปลงตนเองหรือโลกทั้งระบบนั้น
มันเป็นเรื่องง่ายไม่ได้ยากเย็นอะไรเลยผีเอ๊ย
เพียงแค่มนุษย์เลิกเชื่อผีจนยอมให้ผีหลอกลวง
แล้วหันมาใช้วิธีเปลี่ยนแปลงจากข้างนอก
ด้วยการเปลี่ยนแปลงที่จิตสามนึกของตนเท่านั้น
จิตวิญญาณข้างในของท่านก็จะเปลี่ยนตามเอง
จงอย่าทำเรื่องง่ายให้มันเป็นเรื่องยากเลย

ด้วยความรักและปรารถนาดี

เอเมน สาธุ 
อนุตรธรรมาจารย์ปริญญา ตันสกุล

 

21/12/2568