สนทนาประสาจิตจักรวาล 29/04/2019

 #สนทนาประสาจิตจักรวาล


พี่ๆน้องๆที่รักแห่งเราทั้งหลาย

 

เราขอกล่าวความจริงต่อท่านทั้งหลายว่า

โลกกำลังเปลี่ยนผ่านสู่ยุคพลังงานใหม่

ภัยพิบัติโลกจะเกิดแรงขึ้นๆๆๆๆๆเรื่อยๆ

ยากที่ใครจะทักทานผันเปลี่ยนได้

 

เชื่อเราเถิดพี่น้องทั้งหลาย

คนเก่ง คนฉลาด และคนดี

สามคุณสมบัตินี้เท่านั้นหากมันมีอยู่ในใคร

ผู้นั้นก็จักได้รับการ "คัดไว้"

ผู้ใดที่ทรงคัดไว้ผู้นั้นก็จัก "ได้รับความรอด"

เพื่อให้เป็นหนึ่งในทีมงานมนุษย์โลกเสรี

ที่จะทำหน้าที่ "ช่วยซับน้ำตา"

ให้แก่มวลประชาที่ได้รับความรอด

แต่ต้องตกอยู่ในสภาพ "บอบช้ำ"

บอบช้ำทางร่างกาย

รวมทั้งทางจิตใจและสมอง

 

คือ เสียสติ ตกใจ

ไม่เป็นตัวของตัวเอง

คล้ายดั่งวัตถุเลื่อนลอย

เพราะตื่นตกใจกลัวภัยพิบัติ

ถึงขนาดจำเลขที่บ้านตัวเองไม่ได้

จำญาติพี่น้องก็ไม่ได้

ต้องใช้เวลานานอย่างน้อย 6 ปีจึงจะดีดังเดิม

ในปฏิบัติการชำระโลกครั้งสุดท้ายนี้

 

นอกจากนั้น

ผู้ที่ถูกคัดไว้ให้เหลือรอด

ก็จักต้องช่วยกัน "กำจัด" ซากสิ่งมีชีวิต

ที่ล้มตายเน่าเหม็นจำนวนมากมาย

โดยไม่รู้ว่าจะกลบฝังกันที่ไหนกันอีกด้วย

ซึ่งการเก็บกวาดกลบฝังจะเป็นภารกิจหนัก

สำหรับผู้ที่ทรงคัดไว้ให้เหลือรอดโดยแท้

 

วิธีการเก็บกวาด คือ

นำซากทั้งหมดลงลอยทะเล

เพื่อให้คลื่นลมนำพาสู่มหาสมุทรอันไพศาล

ซึ่งในความเวิ้งว้างของมหาสมุทรนั้น

ยังมีทีมงาน "Aliens Crysis 11" ฝูงใหญ่

รอจัดการกับซากเน่าเหล่านี้อยู่นานแล้ว

 

ใครจะถูกคัดไว้

ใครจะต้องถูกคัดทิ้ง

ล้วนมีตนเองเป็นผู้กำหนดเองทั้งสิ้น

เพราะดาวเคราะห์โลกดวงนี้

เป็นดาวเคราะห์แห่งทางเลือกเสรีนั่นเอง

 

ใครคนไหน

จะหันหน้ามาฟังคำเตือนของเรา

ใครจะเบือนหน้าหนีไปอย่างไม่ใส่ใจใยดี

หรือใครที่ก่อนจะจากเราไป

นอกจากจะไม่รับฟังและจะไม่เชื่อแล้ว

ยังหันมาฉี่รดใส่

โดยใช้พฤติกรรมก้าวล่วงต่อเราก็ไม่เป็นไร

กรรมใคร กรรมมัน

เมื่อถึงวันนั้นในอีกไม่นาน

 

ท่านทั้งหลายจักได้เห็นประจักษ์ว่า

ที่เราทักตลอดมาเป็นความจริง

 

เอเมน สาธุ

ป.วิสุทธิปัญญา

29-04-2019

สนทนาประสาจิตจักรวาล 27/04/2019

 #สนทนาประสาจิตจักรวาล

 

พี่ๆน้องๆที่รักแห่งเราทั้งหลาย

เราจะกล่าวความจริงต่อท่านทั้งหลายว่า

 

การที่จิตวิญญาณ

ผู้เป็นตัวตนแก่นแท้ของท่าน

ขันอาสา #องค์จิตจักรวาล

พระผู้ให้กำเนิดจิตวิญญาณมนุษย์ทุกคน

พากันเดินทางข้ามมิติเข้ามาในเอกภพ

มาเกิดเป็น "คนสองมิติ" บนโลกเสรีนี้

แล้วก็ "คน" ตนเองให้เป็น "#มนุษย์"

เพื่อทำหน้าที่ตาม #พันธะสัญญา_6 นั้น

 

ท่านทั้งหลายจึงมีหน้าที่ต้องสอบให้ผ่าน

บททดสอบจิตสามนึกทุกรูปแบบ

ที่คนรอบข้างของท่านในทุกหนแห่ง

จะพากันหยิบยื่นมาให้อย่างมิได้ว่างเว้น

เพื่อช่วยให้ท่านยกระดับจิตและปัญญา

จนสั่นสะเทือนเสมอกันกับจิตวิญญาณ

ผู้เป็นตัวตนแก่นแท้ของตนเองได้

ในลักษณะของเงื่อนไขทั้งบวกและลบ

เป็น "เครื่องมือ" ในการผ่านบททดสอบ

 

สำหรับบททดสอบที่มนุษย์จักต้องเผชิญ

เพื่อยกระดับจิตและปัญญาของสมองนั้น

จะแบ่งออกเป็นสองภาคส่วนด้วยกัน

คือ การยกระดับความฉลาดทางปัญญา

กับการยกระดับความฉลาดทางจิตใจ

ซึ่ง "บททดสอบ" ทั้งสองด้าน

เพื่อการพัฒนาให้ก้าวหน้าจนถึงขั้นสูงสุด

มันมักจะมาทดสอบมนุษย์พร้อมกันเสมอ

 

พระบิดาทรงทราบดีว่า

ถ้ามนุษย์จะยกระดับสติปัญญาให้สูงได้

มนุษย์ก็ต้องมี "ปัญหา" รายวัน

ทั้งเก่าใหม่ใหญ่เล็กให้ได้ขบคิดได้ตัดสินใจ

ทั้งปัญหาชีวิตและปัญหาด้านกิจการงาน

มากน้อยก็ต่างกันไปในแต่ละวันในแต่ละคน

 

ไม่มีใครที่เกิดมาแล้วไม่มีปัญหาในชีวิต

ถ้ายิ่งเจอปัญหามากก็จะยิ่งฉลาดมาก

เพราะ "#ปัญหา" เป็นบ่อเกิดแห่ง #ปัญญา

 

เมื่อมนุษย์คนนั้นๆมีปัญญาสูง

ก็จะมีความสามารถในการคิดสูง

จะเป็นคนที่ฉลาดในการมองโลก

ฉลาดเรียนรู้ ฉลาดคิด ฉลาดแก้ปัญหา

ฉลาดในการใช้กลไกอายตนะและอวัยวะ

อันหมายถึงฉลาดในการเป็นมนุษย์

และฉลาดดำเนินชีวิตอยู่ในสังคมนั่นเอง

 

นี่จึงเป็นหนึ่งในคุณสมบัติสำคัญ

ที่มนุษย์ทุกคนจักต้องเข้าถึงกันให้ได้

มิเช่นนั้นท่านก็จะไม่สามารถ

ทำหน้าที่ในพันธะสัญญา 6

ตามที่ได้ให้สัจจะต่อพระบิดาไว้ว่า

จะทำให้สำเร็จลุล่วงให้จงได้

เมื่อได้รับโอกาสให้มาเกิดเป็นมนุษย์

 

แต่น่าเสียดายที่หลายคน

เมื่อเผชิญกับปัญหาซึ่งเป็นบททดสอบ

เพื่อช่วยยกระดับความสามารถในการคิด

ไม่ว่าจะเป็นการคิดวิเคราะห์แยกแยะ

เพื่อเรียนรู้ตนเอง ชีวิต โลก และจักรวาล

การใช้ปัญญาเพื่อแก้ไขปัญหาที่เผชิญ

การใช้ปัญญาเพื่อพิจารณาและตัดสินใจ

การใช้ปัญญาเพื่อการคิดสร้างสรรค์

 

#กลับมองปัญหาว่าเป็นที่มาแห่งทุกข์

จึงพากันเกลียดกลัวปัญหาในชีวิต

จึงมองไม่เห็นคุณค่าของปัญหา

จึงพากันรังเกียจปัญหาและกลัวปัญหา

จึงพากัน "หนีปัญหา" ด้วยการละทิ้งสังคม

แล้วหันไป #ปลีกวิเวก แทน

เหมือนอยากจะไปสวรรค์คนเดียว

 

จนผู้นำทางจิตวิญญาณหลายๆคน

ต้องตกอยู่ในสภาพ #คนนำทางตาบอด

ที่ชักนำคนตาบอดทั้งหลายให้หนีทุกข์

หรือหนีปัญหาทั้งหลายในชีวิตไปอยู่ป่า

ก็เพราะ "หลงทุกข์ หลงธรรม" นี่แหละ

 

จึงยังผลให้มีมนุษย์โลกอยู่มากมาย

ที่ไม่สามารถเข้าถึงการใช้ปัญญา

ของสมองทั้งสองซีกของตนเองได้

คนส่วนใหญ่จึงคิดเองไม่เป็น

ได้แต่ท่องจำและทำตามผู้อื่นเสียมากกว่า

สาเหตุเพราะมัวแต่จะหนีทุกข์หนีปัญหา

หรือไม่ก็มักจะวานให้คนอื่นคิดแทน

ด้วยการนำเอาปัญหาของตนไปถามคนอื่น

เพื่อให้เขาช่วยคิดตัดสินใจแทนนั่นเอง

 

เมื่อส่วนใหญ่หนีปัญหาพากันหนีทุกข์

คนส่วนใหญ่จึงรักคนไม่น่ารักไม่ได้

จึงให้อภัยแก่คนไม่น่าให้อภัยไม่เป็น

เพราะไม่ฉลาดคิดหาคำตอบดีๆให้ตนเอง

เพื่อให้ตนเองยอมรับและจำนนให้จงได้ว่า

 

ท่านน่ะจะมองเห็น "คุณค่า"

ในสิ่งที่ "ไร้ค่า" ได้อย่างไรหนอ

ท่านจะรักคนที่ไม่น่ารักได้อย่างไรบ้าง

ท่านจะอภัยคนที่ไม่น่าให้อภัยได้อย่างไรกัน

 

คำถามเหล่านี้

ต้องเป็นคนฉลาดคิด ฉลาดใช้ปัญญาเท่านั้น

จึงจะสามารถคิดรู้ เข้าใจ และเข้าถึง

คำว่า #รักเพื่อให้ ที่ว่านี้ได้อย่างแท้จริง

 

พี่ๆน้องๆที่รักทั้งหลาย

ทุกปัญหาที่คนรอบข้างยื่นมาให้ท่าน

มันก็คือบททดสอบปัญญาของท่านนั่นเอง

 

นอกจากบททดสอบสติปัญญา

ซึ่งเป็นความฉลาดทางสมองที่ว่านี้แล้ว

ในทุกบททดสอบที่ท่านเผชิญ

มันจะมีบททดสอบจิตใจของท่านปนอยู่ด้วย

เพื่อช่วยยกระดับสภาวะจิตมนุษย์ของท่าน

ควบคู่กันไปด้วย

 

ท่านทั้งหลายจักต้องรู้ว่า

เมื่อใดก็ตามที่ท่านต้องเผชิญปัญหา

ซึ่งปัญหาทุกปัญหามันคือบททดสอบ

จิตมนุษย์ของท่านมักจะสั่นสะเทือน

เป็นอารมณ์รู้สึกนึกคิดตอบสนองเสมอ

 

ถ้าท่านสอบตก คือ

ปล่อยให้จิตใจของท่าน

ตกเป็นทาสของสิ่งเร้าที่เป็นบททดสอบ

จนเกิดเป็นอารมณ์ขยะรายวันขึ้นมา

ท่านก็จะเป็นคนมืดบอดทางปัญญาไปทันที

เพราะอารมณ์รู้สึกนึกคิดที่เป็นขยะที่เกิดขึ้น

มันจะปิดกั้นการใช้ปัญญาของสมองไว้

ทำให้ท่านรักคนไม่น่ารักไม่ได้

ให้อภัยคนที่ไม่น่าให้อภัยก็ไม่เป็น

จะทำอะไรโง่ๆมากกว่าจะฉลาดดำเนินชีวิต

 

ดังนั้น

ในชีวิตประจำวันของท่านทั้งหลาย

จึงมากมีด้วยบททดสอบทั้งสองมิติ

คือ บททดสอบอารมณ์ของจิตใจ

และบททดสอบการใช้สติปัญญาของสมอง

 

ถ้าท่านจะผ่านบททดสอบจิตใจ

ท่านก็จะต้องเอาชนะจิตใจที่ใฝ่ต่ำ

โดยต้องไม่ตกเป็นทาสกิเลสตัณหาเด็ดขาด

เมื่อจิตใจท่านว่างไปจากกิเลสตัณหาได้

ท่านจึงจะสามารถเข้าถึงความรักบริสุทธิ์

อันเป็นธาตุแท้ของจิตวิญญาณของท่านได้

นั่นคือ "รักเพื่อให้" มิใช่รักเพื่อเอา

ซึ่งท่านต้องใช้สติปัญญาของสมอง

ควบคุมการสั่นสะเทือนของจิตด้านบวก

ให้เป็นธรรมชาติของท่านเองให้จงได้

 

นี่แหละจึงเป็นที่มาของแก้วสองดวง

คือ มหาสติ และ ปณิธานแห่งการหลุดพ้น

ที่พระบิดาทรงมีพระเมตตา

ประทานผ่านเรามาให้แก่ท่านทั้งหลาย

ได้ถือครองและใส่ใจปฏิบัติอย่างเคร่งครัด

เพื่อการ "หลุดพ้น" ให้ได้ในชาตินี้

 

เอเมน สาธุ

ป.วิสุทธิปัญญา

27-04-2019




คำสอน 24/04/2019

 

จงอย่ามัวเก็บเกี่ยวประโยชน์
จากเนื้อหนังของท่าน
เก็บไว้ไม่นานก็เสื่อมสลาย

แต่จงหว่านเมล็ดพันธ์ุลงไป
ในจิตวิญญาณของท่านด้วย
ประโยชน์ที่เก็บเกี่ยวได้
จะคงอยู่ชั่วนิรันดร์