สนทนาประสาจิตจักรวาล 3/03/2022

พี่ๆน้องๆที่รักแห่งเราทั้งหลาย
เราจะกล่าวความจริงต่อท่านทั้งหลายว่า

ถ้าคนที่เป็นครูคือผู้ที่เรียนรู้มามากกว่าศิษย์
ถ้าพ่อแม่เป็นครูของบุตรหลานได้
เพราะท่านทั้งสองเป็นผู้อาบน้ำร้อนมาก่อน
ถ้าเพื่อนมนุษย์คนใดเป็นที่ปรึกษาของผู้อื่นได้
เพราะมีประสบการณ์ในเรื่องนั้นๆมาก่อน
จนแม้กระทั่งสิ่งมีชีวิตในต่างเผ่าดาวทั้งหลาย
เขาก้าวหน้าทางด้านเท็คโนโลยีและจิตวิญญาณ
ล้ำหน้าไปไกลกว่ามนุษย์แห่งเผ่าดาวโลกได้
ก็เพราะพวกเขาต้องผ่านการเรียนรู้มาด้วยกันทั้งนั้น
ไม่มีผู้ใดหรอกที่จะฉลาดและเก่งได้โดยไม่เรียนรู้

นอกจากนั้นใน #การเรียนรู้ ของท่านทั้งหลาย
ที่ตั้งต้นจากการ "ไม่รู้" อะไรในเรื่องนั้นๆมาก่อน
หรือไม่มีครูหรือผู้รู้มากกว่ามาช่วยแนะช่วยสอนให้
ก็จะต้องเลือกเรียนรู้ด้วยตนเองในแบบต่างๆต่อไปนี้

1.เรียนรู้แบบชาวบ้านด้วยการ "เดา"
แล้วก็ "ทดลอง" ทำตามที่ตนคาดเดานั้น
ว่ามันจะใช่หรือไม่ใช่
ถ้าพบว่าไม่ใช่คือเดาผิดก็เดาใหม่ลองใหม่
เดาไปลองไปเรื่อยๆจนกว่าจะพบคำตอบ

2.เรียนรู้แบบนักวิทยาศาสตร์
ด้วยวิธีการที่เรียกว่า "ลองผิดลองถูก"
โดยเริ่มต้นจาก #ตั้งสมมติฐาน

การตั้งสมมติฐานจะต่างจากการเดาอยู่
ตรงที่มิได้เป็นการคิดเดาส่งเดชแบบชาวบ้าน
แต่เป็นการคาดเดาอย่างมีหลักการและเหตุผล
โดยจะใช้วิธีพิสูจน์สมมติฐานของตนว่า
เป็นความจริงตามที่ตั้งโจทย์เอาไว้นั้นหรือไม่
ถ้าพิสูจน์แล้วผลปรากฏว่ามิได้เป็นไปตามนั้น
ก็จะตั้งสมมติฐานใหม่พิสูจน์ใหม่ทดลองใหม่
จนกว่าจะได้คำตอบที่ถูกต้อง

วิธีการศึกษาเรียนรู้ลักษณะนี้เป็นวิธีการที่
นักวิทยาศาสตร์โลกและนักวิชาการทั้งหลาย
เขาใช้ในการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆที่ยังไม่เคยรู้ให้ได้รู้
ซึ่งแน่นอนว่ามันต้องมีทั้งคิดผิดเดาผิดทำผิด
เนื่องจากพวกเขาไม่มีประสบการณ์มาก่อน
อันหมายถึงต้องเริ่มต้นเรียนรู้จาก "ศูนย์" นั่นเอง

3.วิธีเรียนรู้วิธีสุดท้ายที่เราจะกล่าวไว้ในที่นี้ก็คือ
การเรียนรู้ที่จะคิดจะทำในสิ่งที่เป็นครั้งแรกในชีวิต
ซึ่งเป็นวิธีการขั้นพื้นฐานตามธรรมชาติของมนุษย์
นั่นคือการเรียนรู้ที่จะคิดทำในสิ่งที่ถูกต้องแท้จริง
ด้วยการ "ลอง" คิดทำสิ่งที่ผิดหรือไม่ถูกต้องก่อน

ตัวอย่างที่มีให้เห็นและให้มนุษย์ทุกคนต้องเป็น
เช่นเด็กน้อยทุกคนกว่าจะก้าวเดินได้อย่างชำนาญ
ก็ต้องผ่านประสบการณ์ลุกนั่ง ยืนตั้งไข่ ก้นจ้ำเบ้า
ก่อนที่พวกท่านจะเชี่ยวชาญการเดินการวิ่งทั้งสิ้น

เราขอถามพวกท่านทั้งหลายว่า
ในท่ามกลางวิธีการเรียนรู้ทั้งสามแบบเหล่านี้
ความล้มเหลวหรือความสำเร็จดีๆร้ายๆที่เกิดขึ้นนั้น
บางคนจะโทษว่าเป็นความล้มเหลวของพระเจ้า
ที่ทรงสร้างสิ่งไม่ดีสิ่งที่ชั่วๆขึ้นมาเพื่อท่านได้หรือ
ทั้งๆที่คนทั้งโลกส่วนใหญ่เขารู้ว่าความล้มเหลวนั้น
มันเกิดจากความไม่รู้ ความโง่หรือประมาท
ของปัจเจกบุคคลแต่ละคนเป็นสำคัญกันทั้งนั้น
พระเจ้ามิได้ทรงข้องเกี่ยวไม่ว่าโดยตรงโดยอ้อม
กับความสำเร็จหรือล้มเหลวของใครในโลกนี้

ไม่รู้พระองค์จะทรงแทรกแซงพวกท่านทำไม
เมื่อพระองค์ทรงประทานพลังอำนาจทางจิตปัญญา
กับพลังอำนาจทางกายสังขารให้พวกท่านไว้แล้ว
มันอยู่ที่พวกท่านจะโง่ง่ายและงมงายไม่ใช้มันเอง

นอกจากนั้น
เมื่อพวกท่านต้องเผชิญกับความเลวร้ายเหลวไหล
ในการใช้ชีวิตร่วมกับมนุษย์คนอื่นหรือต่างเผ่าดาว
จะติโทษพระเจ้าว่าสร้างชั่วแล้วใยควบคุมฝ่ายชั่วไม่ได้
จึงโทษว่าพระเจ้าไม่รู้จะสร้างพวกชั่วขึ้นมาทำไม
โดยที่ไม่เคยก้มลงมามองตนเองบ้างเลยว่า
นั่นเป็นเพราะความอับเฉาเบาปัญญาของตนต่างหาก

เราขอถามคนจำพวกนี้ว่า
สันดานชอบติโทษคนอื่นซึ่งประพฤติกันอยู่นั้น
ตัวท่านเองคิดว่ามันเป็นสิ่งที่ชั่วหรือไม่ล่ะท่าน
แล้วที่ท่านชั่วเพราะพระเจ้าทรงชั่วหรือท่านชั่วเอง
มันก็ไม่ต่างจากพ่อแม่ที่มีลูกเป็นคนพาลเกเร
จะโทษว่าพ่อแม่ชั่วเพราะให้กำเนิดบุตรชั่วได้หรือ

พระบิดาทรงออกแบบให้มนุษย์มีทางเลือกเสรี
จะเลือกดีหรือชั่วก็ได้แต่ต้องยอมรับผลกรรมนั้น
มืดกับสว่าง ดีกับชั่ว โง่กับฉลาด
รวมทั้งความแตกต่างหลากหลายที่ทรงสร้างไว้
ล้วนเป็นมายาที่ทรงออกแบบไว้ให้มนุษย์เรียนรู้
เพื่อยกระดับความฉลาดทางจิตปัญญาให้สูงขึ้น
ให้รู้ว่าบาปบุญคุณโทษผิดถูกชั่วดีเป็นอย่างไร

ถ้ากำหนดให้จักรวาลนี้มีแต่สิ่งดีอย่างเดียว
แล้วพวกท่านจะรู้ว่าดีจริงได้อย่างไร
ถ้าพระองค์ไม่ยอมให้มีชั่วไว้เป็นตัวเปรียบเทียบ

ไม่ต่างจากพวกท่านต้องสัมผัสกับความมืด
เพื่อที่จะเรียนรู้ได้ว่าความสว่างนั้นเป็นอย่างไร
หรือทรงกำหนดให้สรรพสิ่งมีสีสันหลากหลาย
เพื่อให้พวกท่านฉลาดที่จะจับคู่สีให้ถูกต้อง
เพื่อเรียนรู้ที่จะสร้างสรรสีใหม่ๆให้เกิดขึ้นมาได้
การที่ทรงออกแบบไว้ให้พวกท่านมีเสรีเช่นนี้
เป็นความไร้สาระอันน่าตำหนิพระเจ้าว่า
ทรงสร้างความชั่วขึ้นมาแล้วควบคุมไม่ได้ล่ะหรือ

คนที่เข้ามาตำหนิโทษพระบิดามาก้าวล่วงพระเจ้า
ถึงในห้องเรียนของพวกท่านเมื่อวานนี้นั้น
แม้จะดูเหมือนคนรู้มากแล้วร้อนวิชา
แต่น่าเสียดายที่คนๆนี้ไม่รู้ว่าในชั่วมีดีในดีมีชั่ว
จึงทำตัวโง่กว่าผู้ที่มีอาชีพขายขยะเสียอีก
เพราะคนขายขยะสามารถเปลี่ยนขยะเป็นเงินได้
เพียงแค่ฉลาดที่จะมองเห็นคุณค่าในสิ่งที่ไร้ค่า

พี่ๆน้องๆที่รักแห่งเราทั้งหลาย
พ่อแม่ที่รักลูกต้องสอนลูกให้เป็นคนดีแน่นอน
แต่ลูกจะฉลาดและเอาตัวรอดได้จริงหรือ
ถ้าสอนลูกให้ฉลาดแต่เรื่องดีๆอยู่ด้านเดียว
แต่กลับปล่อยให้ลูกโง่ในด้านชั่วๆ
ซึ่งการฉลาดในด้านชั่วๆก็มิได้หมายความว่า
ลูกของตนจะต้องเป็นคนชั่วไปกับเขาด้วย

ถ้าลูกคนนั้นฉลาดพอที่จะรู้ว่า
ความชั่วทั้งหลายเป็นสิ่งที่ไม่ดี
เขาก็สามารถปฏิเสธที่จะปฏิบัติสิ่งชั่วๆนั้นได้
โดยไม่ต้องเรียนรู้ด้วยการทำชั่วมันเสียเอง

จงอย่ามัวแต่ติโทษพระเจ้าอยู่เลย
องค์สัพพัญญูซึ่งทรงเป็นผู้รอบรู้ทุกสิ่ง
ก็ยังทรงค้นพบสัจธรรมได้จากพงป่า
สัจธรรมก็ล้วนได้มาจากธรรมชาติ
ที่พระบิดาทรงสร้างไว้ให้ลูกๆเรียนรู้กันทั้งสิ้น
เพราะพระศาสดาไม่เคยปฏิเสธ
ความจริงในธรรมชาติที่พระเจ้าทรงสร้าง
พระศาสดาจึงไม่เคยปฏิเสธพระผู้สร้าง

การทำตนเป็นคนไม่โง่ง่ายนั้นดีแล้ว
แต่การยึดติดความเชื่อของตน
ยึดติดความรู้ผิดๆถูกๆที่ตนมีอยู่
โดยไม่ยอมเปิดจิตปัญญาให้กว้างขึ้น
เพื่อเรียนรู้สิ่งอื่นจากคนอื่นบ้างว่า
พวกเขาในห้องเรียนนี้รู้อะไรที่ตนไม่รู้บ้าง
พวกเขาในห้องเรียนนี้เชื่อในพระบิดา
โดยไม่มีใครก้าวล่วงพระองค์เหมือนที่ตัวเองเป็น
พี่ๆน้องๆในห้องเรียนนี้เขามีมุมมองกันอย่างไร

มันน่าจะเป็นวิธีการเรียนรู้ที่ฉลาดกว่าเหมาะกว่า
เที่ยวใช้ปัญญาอวดความรู้ความเชื่อของตน
ในลักษณะของการคัดแย้งผู้อื่นที่ตนเห็นต่าง
ถ้าจะใช้วิธีนำเอาข้อสับสนสงสัยนั้นถามตนเอง
แล้วไม่เกียจคร้านที่จะค้นหาคำตอบที่ต้องการ
ด้วยการเรียนรู้จากห้องเรียนนี้หรือจากยูทูป
ที่พระบิดาทรงประทานโอวาทมา 30 กว่าปีแล้ว
ให้มันสมกับที่ตนอยากรู้ว่าอะไร ทำไม เป็นต้น

การเพียรถามคนอื่นในสิ่งที่ตนไม่เข้าใจ
ด้วยการยึดติดในสิ่งที่ตนเชื่ออยู่รู้อยู่
ด้วยการถามไปเถียงไปแทนที่จะคิดตามเขานั้น
มันมิใช่การเรียนรู้ของนักปราชญ์เมธีทั้งจักรวาล
แม้แต่มอดมารเองพวกเขาก็ยังไม่ทำกัน
พูดสั้นๆว่าพวกเขาจะไม่ "อวดโง่" เข้าใจนะ!

กราบพระบาทพระบิดาทรงเมตตา

เอเมน สาธุ
ป.วิสุทธิปัญญา
3/03/2022

สนทนาประสาจิตจักรวาล 1/03/2022

พี่ๆน้องๆที่รักแห่งเราทั้งหลาย
เราจะกล่าวความจริงต่อท่านทั้งหลายว่า
ทำไมดาวโลกเสรีนี้จึงใช้พระศาสดาเปลืองมาก
โดยนับตั้งแต่ยุคเลมูเรีย-แอตแลนติสถึงปัจจุบัน
โลกมีพระศาสดามาแล้วรวมทั้งสิ้น 24 พระองค์

สาเหตุที่โลกกับมนุษย์ต้องมีพระศาสดา
เพราะดาวโลกเสรีถูกรูปธรรมมีชีวิตต่างเผ่าดาว
เข้ามารุกรานและทำการแทรกแซงภารกิจ
ที่จิตวิญญาณผู้มาจากพระบิดาจักต้องทำ
คือการเกิดเป็นมนุษย์เพื่อใช้เมตตาธรรมค้ำจุนโลก
โดยพระบิดาทรงออกแบบและติดตั้งเครื่องมือไว้
ให้ประดาลูกแกะผู้ไร้เดียงสาสามารถทำหน้าที่ได้
อย่างง่ายดายไม่ยุ่งยากสลับซับซ้อนอะไรเลย

เพราะภารกิจการใช้เมตตาธรรมค้ำจุนโลกนั้น
เป็นภารกิจสำคัญอันยิ่งใหญ่เหนือสิ่งใด
การที่เอกภพซึ่งเป็นห้องทดลองของพระบิดา
จะดำรงรูปธรรมอยู่อย่างมั่นคงและยั่งยืนนานได้
ดาวเคราะห์โลกทั้งระบบจักต้องสมดุลเท่านั้น

ถ้าระบบโลกสมดุลก็จักช่วยค้ำจุนระบบใหญ่
คือกาแล็กซี่ธารสายน้ำนม (Milky Way)
ซึ่งทำหน้าที่เป็นเส้นผ่านศูนย์กลางของเอกภพ
ที่ระบบสุริยจักรวาลของโลกเสรีนี้ดำรงอยู่
จะเหวี่ยงหมุนไปในแนวระนาบอย่างสมดุลได้

เมื่อเส้นผ่านศูนย์กลางของเอกภพมีความสมดุล
ก็จะยังผลให้เอกภพคือห้องทดลองของพระบิดา
เกิดความสมดุลตามที่พระองค์ทรงออกแบบไว้ได้

ดังนั้น
ถ้าเอกภพนี้มีความสมดุลได้อย่างยั่งยืนแท้จริง
กาแล็กซี่ทั้งหมดจำนวนหมื่นกว่าล้านระบบ
ระบบสุริยจักรวาลรวมทั้งสิ้น 7 ระบบ
และรูปธรรมของสิ่งมีชีวิตต่างๆทั่วทั้งเอกภพ
ก็จะสามารถใช้ชีวิตร่วมกันอยู่ในห้องทดลอง
ได้อย่างปลอดภัยและมีสันติสุขถาวร

แต่เนื่องจากรูปธรรมมีชีวิตในบางเผ่าดาว
ที่พระบิดาทรงทดลองสร้างขึ้นมาในรุ่นแรกๆนั้น
ยังขาดความเหมาะสมที่จะนำมาติดตั้งไว้บนโลก
จึงต้องทรงปรับแก้ทั้งคุณสมบัติและรูปลักษณ์
โดยใช้ต่างดาวต่างกาแล็กซี่เป็นห้องทดลอง
จึงยังผลให้รูปธรรมที่มีชีวิตดำรงอยู่หลายเผ่าดาว
เพราะพระองค์สร้างสิ่งใดไม่เคยทำลายสิ่งนั้นทิ้ง
ไม่ว่าจะทรงพอพระทัยหรือไม่พอพระทัยก็ตาม

พี่ๆน้องๆที่รักทั้งหลาย

เครื่องยนต์แห่งกรรมรูปธรรมมนุษย์ของพวกท่าน
เป็นผลงานการสร้างของพระเจ้าที่ยอดเยี่ยมที่สุด
ในประดาทุกสรรพสิ่งที่พระองค์ทรงสร้างขึ้นไว้
เนื่องจากผ่านการพัฒนาศักยภาพถึงขั้นสูงสุดแล้ว

ด้วยเหตุนี้เอง
พี่ๆของพวกท่านในต่างเผ่าดาวบางระบบ
พวกที่เกิดก่อนและมีเวลาพัฒนาความฉลาด
จนมีพลังอำนาจในการสร้างวัตถุเท็คโนโลยี
และมีพลังอำนาจทางจิตวิญญาณที่เข้มข้น
เหนือชั้นกว่ามนุษย์เผ่าดาวโลกไปนับหมื่นๆปี
เมื่อพวกนี้เดินทางเข้ามาในระบบโลกที่สวยงาม
เข้ามาพบความอุดมสมบูรณ์ที่พระบิดาสร้างไว้
เข้ามาพบรูปธรรมมนุษย์ที่งดงามไร้เดียงสา
เข้ามาเรียนรู้ว่ามนุษย์โลกต่างมีชีวิตเสรีแท้จริง

ความอิจฉาริษยาจากดีเอ็นเอของสัตว์ที่เขามี
ความอิจฉาริษยาที่พบว่ามนุษย์เป็นคนสองมิติ
ความต้องการจะยึดครองโลกและมนุษย์โลก
เพื่อยังประโยชน์ของพวกตนด้วยความก้าวร้าว
รวมทั้งเห็นมนุษย์ตัวเล็กๆเหมือนสัตว์ทดลอง
มนุษย์โลกจึงเริ่มถูกครอบงำทำร้ายนับแต่บัดนั้น

โดยพวกที่ทำลายดาวของเผ่าตนให้แตกระเบิด
จนกลายเป็นเนบิวล่าค้างคาตาอยู่ในจักรวาล
เพราะผลจากการทดลองด้านขยะเท็คโนโลยี
คือสิ่งมีชีวิตเผ่าแรกที่เดินทางเข้ามายังโลกนี้
ซึ่งดาวดวงนั้นกลายเป็นฝุ่นเนบิวล่าไปแล้ว
พวกที่หนีภัยออกมาไม่ทันล้วนตายจนเกลี้ยงเผ่า

เพราะผู้บุกรุกกลุ่มนี้มีประสบการณ์ในการอพยพ
มนุษย์โลกบางคนจึงอาจเคยได้รับสัญญาณมาว่า
ถ้าโลกเกิดมหันตภัยพิบัติเขาก็จะพาหนีขึ้นยาน
ซึ่งเป็นการยื่นข้อเสนอที่ไม่หวังดีแต่อย่างใด

ถ้าท่านดูภาพประกอบก็จะพบว่า
กลุ่มเนบิวล่าที่เห็นคือดาวที่แตกดับที่เรากล่าวถึง
โดยจะมีดาวอีกดวงหนึ่งสว่างจ้าอยู่หน้าเนบิวล่า
นั่นคือดวงดาวที่ชื่อว่า #โอริออน (Orion)
ซึ่งดาวดวงนี้จะมีสิ่งมีชีวิตอีกเผ่าหนึ่งดำรงอยู่
และเป็นแขกที่ไม่ได้รับเชิญจากชาวโลกเช่นกัน

เผ่าแรกเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านเท็คโนโลยีมาก
มีอายุขัยยืนยาวกว่าใครทั้งหมดในจักรวาล
ตั้งแต่พระบิดาสร้างมาพวกนี้ยังไม่มีใครตาย
เพราะรักษาตนเองได้ซ่อมดีเอ็นเอตนเองได้
พวกนี้ก็คือผู้ที่มีจิตวิญญาณของสัตว์ร้าย
เป็นพวกที่เปลี่ยนแปลงคุณสมบัติของมนุษย์
จนดิ่งลงเข้าหาสัตว์ร้ายที่ก้าวร้าวยิ่งขึ้นนี่เอง

ส่วนเผ่าที่สองนั้นเชี่ยวชาญด้านพลังจิต
เพราะมีพลังอำนาจทางจิตวิญญาณสูงมาก
รู้และเข้าใจกระบวนการของขันธ์ห้า
ที่ติดตั้งอยู่ในเครื่องยนต์แห่งกรรมมนุษย์

พวกเขารู้ว่าขันธ์ 5 ทำงานอย่างไร
เมื่อขันธ์ห้าทำงานได้แล้วจะเกิดอะไรขึ้น
ซึ่งกระบวนการที่ว่านี้ในพวกเขาไม่มีให้ใช้
เพราะพวกเขาไม่มีหน้าที่ใช้ความรักค้ำจุนโลก
จิตวิญญาณพวกเขาจึงหมุนกรรมจักรตลอด
เพราะพวกเขาเสพติดกิเลสเป็นอาหารนั่นเอง

เพราะรูปธรรมที่มีชีวิตทุกเผ่าดาว
ล้วนเป็นบุตรของพระบิดาหรือพระเจ้ากันทั้งนั้น
แทนที่พระบิดาจะทรงเลือกวิธีจัดการลูกนอกคอก
จึงทรงเลือกใช้วิธีส่งพระศาสดาที่มาจากพระเจ้า
และเปิดโอกาสให้ศาสดาที่เกิดจากโลก
เปลี่ยนกันเข้ามาทำหน้าที่ช่วยมนุษย์ที่โง่ง่าย
ให้ฉลาดรู้เท่าทันมอดมารผู้ก่อการร้าย
จะได้ไม่ตกหลุมพรางของพี่ๆผู้ไม่หวังดี

โดยพระศาสดาจะต้องกล้าหาญมากพอ
ที่จะเปิดเผยความลับเบื้องหลังมิติโลกให้โลกรู้
ต้องฉลาดพอที่จะสอนให้มนุษย์รู้ว่า
ทุกคนกำลังตกอยู่ในสภาวะเช่นใด ใครครองโลก
ต้องสอนให้มนุษย์รู้ว่าจะหมุนธรรมจักรได้อย่างไร
สอนให้รู้ว่าจิตวิญญาณมนุษย์เป็นใคร
มาจากไหน ใครให้มา มาเกิดเป็นมนุษย์ทำไม

ท่านทั้งหลายพอจะได้คำตอบหรือยังว่า
ทำไมโลกจึงต้องใช้พระศาสดาเปลือง
ทำไมพระศาสดาจึงต้องสละพระชนมชีพ
เพื่อสร้างสติทางวิญญาณให้พวกท่านรักษาสัจจะ
ที่เคยให้ไว้ต่อพระบิดาเมื่อขอมาเกิดเป็นมนุษย์

ทำไมพระจิตวิญญาณบริสุทธิ์จึงต้องกลับมา
เพราะลูกแกะของพระบิดายังเป็นทาสกิเลสมาร
ยังเข้าถึงความรักและปัญญาของพระบิดาไม่ได้
ยังทำหน้าที่ใช้เมตตาธรรมค้ำจุนโลกไม่ได้
เพราะพวกท่านยังขาดพร่องในสิ่งเหล่านี้ใช้ไหม
ขณะที่เวลาสุดท้ายในการพิพากษาโลก
มันเหลือน้อยลงทุกวันๆแล้ว

กราบพระบาทพระบิดาทรงเมตตา

เอเมน สาธุ
ป.วิสุทธิปัญญา
1/03/2022

สนทนาประสาจิตจักรวาล 1/03/2022

พี่ๆน้องๆที่รักแห่งเราทั้งหลาย
เราจะกล่าวความจริงต่อท่านทั้งหลายว่า
ขณะนี้โลกกับมนุษย์สิ้นยุคพลังงานเก่าแล้ว

จิตวิญญาณแก่นแท้ของพวกท่านทุกรูปธรรม
จักต้องนำพาตนเองกลับบ้านยังแดนสุญตา
ตามเงื่อนไขในพันธะสัญญา 6 ประการ
ที่พวกท่านให้ไว้ต่อพระบิดาแห่งจิตวิญญาณ
ตั้งแต่ภพชาติแรกที่ได้มาเกิดเป็นมนุษย์ว่า
ถ้าครบหกหมื่นปีโลกคือสิ้นยุคแล้ว
ท่านจะกลับไปกราบพระบาทพระบิดากันทุกคน

เราจึงขอเตือนความทรงจำทางจิตวิญญาณ
เพื่อให้ท่านทั้งหลายสำนึกในหน้าที่ของตนว่า
ทุกวันท่านจะหาทำแต่ความสุขทางโลกมิได้แล้ว
ท่านจะต้องกระทำตามความต้องการของแก่นแท้
คือจิตวิญญาณซึ่งเป็นตัวตนที่แท้จริงด้วย

ภารกิจหลักที่พวกท่านต้องทำก็คือ

1.ท่านจะทำอย่างไรจึงจะเอาชนะ #กิเลส
ซึ่งถูกมอดมารตัดแต่งดีเอ็นเอของพลียะเดี้ยนส์
ด้วยดีเอ็นเอของ "สัตว์ร้าย" จากสิ่งมีชีวิตเผ่าอื่น
ที่ติดตั้งอยู่ในเครื่องยนต์แห่งกรรมรูปธรรมมนุษย์
เพื่อให้จิตหยาบสั่นสะเทือนขันธ์ 5 เป็นธรรมจักร
ด้วยพลังอำนาจแห่งความรักของพระบิดาได้

เพื่อช่วยให้เครื่องยนต์แห่งกรรมรูปธรรมมนุษย์
ร่วมกันผลิตพลังงานไฟฟ้าแม่เหล็กด้านบวก
มอบให้แกนแม่เหล็กซึ่งติดตั้งอยู่ในใจกลางโลก
เพื่อทำให้โลกเหวี่ยงหมุนรอบตัวเองได้ต่อเนื่อง
ซึ่งจะยังผลให้โลกสมดุลและจักรวาลสมดุลได้
ตามที่พระบิดาทรงออกแบบไว้เป็นอย่างดีแล้ว

ถ้าท่านใดล้มเหลวในภารกิจนี้
แสดงว่าท่านผู้นั้นเอาชนะ "มารภายใน" ไม่ได้
ก็จะตกเป็น "ทาส" ของมารไปจนชั่วสิ้นอายุขัย
ทั้งหมุนธรรมจักรผลิตความรักค้ำจุนโลกก็มิได้
จนต้องมีอายุขัยสั้นจิตวิญญาณก็เสื่อมลงเรื่อยๆ
ซึ่งมันจะยังผลให้แผนการพระบิดาต้องล้มเหลว
เพราะท่านผู้นั้นเสียชาติเกิดจากการเป็นเหยื่อมาร

2.ท่านจะทำอย่างไรจึงจะสามารถใช้ความรัก
ซึ่งเป็นคุณสมบัติหลักของสรรพสิ่งในจักรวาล
ที่พระบิดาทรงติดตั้งไว้ให้แก่นแท้ของท่านได้
ในบทบาทของการเป็นมนุษย์โลก

โดยท่านจะต้องรักเพื่อให้มิใช่รักเพื่อเอา
ท่านต้องอดทนอดกลั้นและอภัยผู้อื่นได้
ท่านต้องมีจิตเมตตาต่อผู้อื่นเสมอ
ท่านจักต้องรักได้อย่างไม่มีเงื่อนไข
รักได้แม้จะไม่น่ารัก อภัยได้แม้ไม่น่าให้อภัย
ท่านจะไม่ตอบโต้ต่อต้านใครที่ทำตัวไม่น่ารัก
ทำได้เพียงใช้สติปัญญาปกป้องตนเองเท่านั้น

3.ทำอย่างไรจึงจะสร้างสังคมที่เป็นหนึ่งเดียวกัน
ในท่ามกลางความแตกต่างอย่างหลากหลาย
ตามที่พระบิดาทรงออกแบบเอาไว้ได้

โดยไม่นำความแตกต่างซึ่งเป็นธรรมชาติแท้
มาสร้างความแตกแยกมาก่อศึกสงครามกัน
มาทะเลาะเบาะแว้งกันมาเบียดเบียนทำร้ายกัน
เพราะขาดจิตสำนึกแห่งการเป็นพวกเดียวกัน
เพราะเข้าถึงจิตเดียว สติเดียว สังคมเดียวมิได้

โดยพวกท่านที่ผ่านมาไม่เคยโทษตนเองเลยว่า
การที่สังคมมนุษย์โลกวุ่นวายหาสันติสุขมิได้นั้น
เป็นเพราะพวกท่านไร้สติจนถูกมอดมารครอบงำ
ผู้ต้องการทำลายแผนการของพระบิดา
รวมทั้งมุ่งร้ายต่อประดาลูกแกะของพระองค์ด้วย

จนทุกวันนี้พวกมอดมารกำลังทำตนเป็นพระเจ้า
เพราะไม่รู้ว่า "พระบิดา" พระองค์จริงน่ะเป็นใคร
พวกเขากำลังปฏิบัติการขั้นสุดท้ายอย่างเงียบๆ
โดยใช้มนุษย์ที่โง่ง่ายและผู้เสพกิเลสเป็นอาหาร
เป็นเครื่องมือหลอกลวงมนุษย์ด้วยกันเอง
ควบคู่กับการใช้วัตถุเท็คโนโลยีชั้นสูงที่สร้างขึ้น
เพื่อควบคุมลูกแกะพระบิดาให้อยู่ในโอวาท
จนพวกท่านอาจหลงผิดคิดว่าเป็นพระเจ้าองค์จริง

พวกเขาจะหลอกลูกแกะของพระบิดาว่า
จะนำพวกท่านสร้างโลกใหม่ในมิติที่สูงกว่า
ซ้อนทับเหนือโลกยุคเก่า (มิใช่ยุคพลังงานเก่า)
ที่พวกท่านจะไม่ต้องวุ่นวายกับความแตกต่าง
ตามที่พระบิดาทรงออกแบบให้พวกท่านใช้
เป็นเงื่อนไขที่จะสั่นสะเทือนความรักและปัญญา
ให้เข้าถึงการเป็นหนึ่งเดียวแต่พวกท่านไม่เข้าใจ
กลับนำไปเป็นเงื่อนไขการแตกแยกแทนนั่นเอง

พวกมอดมารจะหลอกพวกท่านว่า
ดีเอ็นเอของพลียะเดี้ยนส์ในกายมนุษย์
เป็นองค์ประกอบของสารคาร์บอนที่น่ารังเกียจ
เป็นตัวปัญหาที่ทำให้โลกมีสงครามมีแตกแยก
เช่น มีกลางวันกลางคืน มีเพศหญิงเพศชาย
เพราะพระบิดาใช้มายาหลอกลวงพวกท่าน
โดยโลกยุคใหม่จะไม่มีแบบเดิมอีกต่อไปแล้ว

พวกมอดมารเชื่อว่าคนโง่ง่ายน่าจะคล้อยตามได้
เนื่องจากกายสังขารเมื่อถูกเผาไฟก็จะเป็นสีถ่าน
และโลกที่เต็มไปด้วยความแตกแยกศึกสงคราม
ซึ่งมันก็เป็นความจริงที่เกิดขึ้นในโลกตลอดมา
ฟังแล้วน่าเชื่อน่าคล้อยตามสำหรับคนโลกสวย
ทั้งๆที่พวกตนนั่นแหละทำให้มันเกิดสงครามขึ้น

พวกเขาคุยโม้ว่าในโลกใบใหม่ (ที่มิได้มีอยู่จริง)
พวกเขาจะเปลี่ยนดีเอ็นเอของมนุษย์ทั้งโลก
ที่มีดีเอ็นเอเป็นสารคาร์บอนเป็นเบสอยู่แต่เดิม
ให้เป็นผลึกของแสงแทน (สารแม่เหล็ก)
ถ้าทำได้เขาจะทำกับสัตว์โลกทุกตัวด้วย

หากใครยังโลกสวยและโง่ง่าย
พระเยซูเคยตรัสเอาไว้ว่าคนจำพวกนี้ก็คือ
ฝูงแกะที่ถูกหลอกให้หลับตาเดินตาม
คนแปลกหน้าที่มิใช่คนเลี้ยงแกะตัวจริง
ให้พยายามปีนรั้วเข้าคอกนั่นเอง

ถึงเวลาที่พวกท่านจะต้องกลับบ้าน
จะหลงทางมารจะหลงทางนิพพานไม่ได้แล้ว
หากใครไม่ต้องการเป็นขยะที่รกโลก
จักต้องเลือกข้างพระบิดาแล้วก้าวตามเรามา
จงอย่าไปหลงศาสตร์อุตริอวิชชาบ้าของขลัง
ซึ่งมีมอดมารอยู่เบื้องหลังคอยดูดพลังบวกอยู่

จิตที่ติดกิเลสของพวกท่าน
เป็นที่โปรดปรานของมอดมารอย่างมาก
เพราะพวกเขาล้วน "เสพกิเลส" เป็นอาหาร

กราบพระบาทพระบิดาที่ทรงเมตตา

เอเมน สาธุ
ป.วิสุทธิปัญญา
1/03/2022