การคิดบวก ไม่คิดลบ เป็นหน้าที่ทางจิตวิญญาณ



<3 พี่ๆน้องๆที่รักแห่งเราทั้งหลาย
เราจะกล่าวความจริงต่อท่านทั้งหลายว่า
หน้าที่ทางจิตวิญญาณของท่าน
คือการใช้เครื่องยนต์แห่งกรรมรูปธรรมมนุษย์
สั่นสะเทือนทางจิตสามนึกด้านบวกไว้เสมอ
เพราะทันทีที่จิตสามนึกสั่นสะเทือนด้านบวก
อันประกอบด้วยนึกดี คิดดี พูดดีได้แล้ว
กลไกเครื่องยนต์แห่งกรรมร่วมกับจิตของท่าน
ก็จะร่วมกันผลิตสร้างคลื่นพลังงานจิตด้านบวก
ในรูปของคลื่นไฟฟ้าแม่เหล็กด้านบวกออกมา
พลังงานส่วนใหญ่จะส่งให้แก่คนที่ท่านนึกบวก
เพียง 1 ใน 100% จะเป็นส่วนที่ท่านปันให้โลก
ที่เหลือทั้งหมดมันจะย้อนกลับคืนมาสนองท่านเอง
ปรากฏการณ์เบื้องหลังมิติโลกด้านบวกนี้
มันจะเกิดเองตามธรรมชาติในทุกๆวินาที
ในขณะเดียวกัน
ทันทีที่จิตสามนึกของท่านสั่นสะเทือนด้านลบ
อันประกอบด้วยนึกลบ คิดลบ พูดลบ
กลไกเครื่องยนต์แห่งกรรมร่วมกับจิตของท่าน
ก็จะร่วมกันผลิตสร้างคลื่นพลังงานจิตด้านลบ
ในรูปของคลื่นไฟฟ้าแม่เหล็กด้านลบออกมา
พลังงานส่วนใหญ่จะส่งให้แก่คนที่ท่านนึกลบ
1 % จะเป็นส่วนที่ท่านเหวี่ยงทิ้งไว้ในบรรยากาศ
นอกนั้นมันจะย้อนกลับคืนมาสนองตัวท่านเอง
ปรากฏการณ์เบื้องหลังมิติโลกด้านลบนี้
มันจะเกิดเองตามธรรมชาติในทุกๆวินาทีเช่นกัน
<3 แต่มีบางสิ่งที่ท่านต้องจำใส่ใจไว้ก็คือ
ถ้าท่านนึกบวกคลื่นพลังจิตของท่าน
ที่เหวี่ยงมันออกมาอย่างต่อเนื่องนั้น
มันจะประกอบด้วย
คลื่นความถี่ทางไฟฟ้าแม่เหล็กด้านบวก
กับคุณสมบัติด้านอารมณ์รู้สึกนึกคิดด้านบวก
ที่จิตตปัญญาของท่านกำลังสั่นสะเทือนอยู่
โดย #จิตใต้สำนึก เป็นผู้ขับเคลื่อนมันออกมา
เราเคยย้ำบ่อยครั้งมาแล้วว่า
#จิตใต้สำนึกเป็นเครื่องมือของจิตสามนึก
เมื่อท่านนึกบวก คิดบวก พูดบวก ทำบวก
จิตใต้สำนึกของท่านที่คิดเองไม่เป็น
เห็นเองไม่ได้ สงสัยไม่มี
ก็จะเข้าใจว่า "จิตสามนึก" ต้องการอย่างนั้น
"จิตใต้สำนึก" ก็จะไปแสวงหาสิ่งนั้นจนพบเจอ
ไม่ว่ามันจะอยู้ใกล้ไกลลึกลับแค่ไหน
พบแล้วก็จะเหนี่ยวรั้งชักพามาให้ท่านในทันใด
ตัวท่านก็จะได้เผชิญสิ่งนั้นไม่ช้าก็เร็ว
<3 ดังนั้น
การมีนิสัยนึกบวก คิดบวก พูดบวก ทำบวก
จากจิตสามนึกด้านบวกของท่าน
มันจึงเป็นประโยชน์สุขในการดำเนินชีวิตของท่าน
ร่วมกันกับเพื่อนมนุษย์คนอื่นๆบนโลกเสรีนี้
ทั้งยังเป็นการทำหน้าที่ทางจิตวิญญาณ
ที่ท่านต้องรับผิดชอบตามพันธะสัญญา 6
ไปในเวลาเดียวกันอีกด้วย
<3 ในทางกลับกัน
ถ้าวันๆท่านเอาแต่สั่นสะเทือนทางด้านลบ
"จิตใต้สำนึก" จะเข้าใจผิด
คิดว่าท่านต้องการสิ่งลบๆนั้น
เขาก็จะไปแสวงหามันจนพบ
แล้วเหนี่ยวรั้งสิ่งลบๆนั้นเข้ามาสู่ชีวิตท่าน
การนึกลบคิดลบสั่นสะเทือนจิตสามนึกเป็นลบ
มันจึงก่อโทษให้กับชีวิตท่านโดยตรง
ซึ่งไม่ต่างจากการทำร้ายตนเองโดยแท้
อีกทั้งยังจะล้มเหลวในการทำหน้าที่
เป็นเพื่อนร่วมงานกับดาวเคราะห์โลกอีกด้วย
<3 จงระลึกเสมอว่า
ถ้าท่านนึกบวก คิดบวก พูดบวก ทำบวก
ชีวิตท่านก็จะมีแต่สิ่งดีๆที่เป็นด้านบวกเข้ามาหา
ถ้าท่านนึกลบ คิดลบ พูดลบ ทำลบ
ชีวิตท่านก็จะมีแต่สิ่งลบๆหรือไม่ดีเข้ามาหาเช่นกัน
การนึกบวกได้บวก
การนึกลบ ได้ลบ
จึงเป็นปรากฏการณ์ปกติของคนสองมิติ
ที่เรียกว่า "มนุษย์" นั่นเอง
<3 เราจึงขอกล่าวความจริงต่อท่านทั้งหลายว่า
การฝึกเป็นคนดิดบวกไม่คิดลบนั้น
ท่านสามารถปฏิบัติได้ด้วยตัวเอง
ไม่ต้องให้ใครเสี้ยมสอนท่านหรอก
สมองของท่านก็มีอยู่
จิตของท่านก็ยังดีๆอยู่
เพียงแค่เวลามองโลกจงมองสองด้าน
แล้วคิดมันในอีกด้านหนึ่งที่ท่านไม่เคยคิดด้วยสิ
แล้วเปรียบเทียบดูว่าด้านใดนึกคิดแล้ว
คนอื่นๆเขาเกิดประโยชน์สุขกับท่านด้วย
ด้านนั้นแหละด้านบวกที่เรากล่าวถึง
เป็นต้นว่า.....
1.ท่านมีอะไรที่ดีๆที่จะให้แก่เขาบ้าง
แทนที่จะคิดว่า
มีอะไรดีๆทีท่านจะเอาจากเขาได้บ้าง
2.เมื่อพบว่าเขาโกหกหลอกลวงท่าน
แทนที่จะย้ำคิดเพียงว่า
เขาทำให้ท่านเกิดความเสียหายขายหน้า
ก็เปลี่ยนมาคิดเสียอีกด้านหนึ่งว่า
เขาได้มอบบทเรียนอันมีค่ามาให้ท่านแทน
หน้าที่ของท่านคือใช้จิตตปัญญา
ฝึกการนึกบวกคิดบวกให้เป็นนิสัย
โดยสำนึกให้ได้ว่ามันเป็นหน้าที่
จงอย่าไปตกหลุมพรางคนที่เขาชักจูงท่าน
ชวนเชิญให้ท่านคิดบวกเพราะอยากได้สิ่งดีๆ
สอนให้เลิกคิดลบเพื่อไม่ต้องข้องแวะกับสิ่งลบๆ
ชวนท่านไปอบ-ไปรม บ่มจิตกันแบบนี้
ท่านต้องรู้ว่าการชวนกันแบบนี้
มีแต่จะสร้างจริตนิสัย "โลภ" ขึ้นมาใหม่
มันจะทำให้จิตของท่าน "เสื่อม" โดยใช่ที่
จงจำไว้ว่าอย่าพยายามนึกบวกคิดบวก
แล้วพยายามไม่นึกลบคิดลบอะไรด้วย
เพียงเพราะท่านอยากได้สิ่งดีๆในชีวิต
เพียงเพราะไม่อยากเจอสิ่งเลวร้ายในชีวิต
ตามที่บางลัทธิเขาโฆษณาชวนเชื่อ
แต่เราขอให้ท่านนึกบวกไม่นึกลบ
ด้วยเหตุผลเดียวคือ เป็นหน้าที่มนุษย์ทุกคน
รวมทั้งหน้าที่ของตัวท่านเองด้วย
ที่จะต้องครองตนอย่างนี้ด้วยกันทั้งสิ้น
สิ่งดีๆในชีวิตที่มันจะเข้ามาหาท่าน
มันจะเป็นรางวัลที่ท่านได้รับเอง
ไม่ต้องไปอยากได้ใคร่มีให้จิตเสื่อม
ไม่ต้องไปเสียเงินเสียทองเพราะไม่รู้
...........โอเคมั้ย?
การนึกบวก คิดบวก พูดบวก ทำบวก
มันเป็นหน้าที่ของพวกท่านทุกคนไป
ที่จักต้องเรียนรู้ที่จะทำให้ได้ในชีวิตประจำวัน
ผลลัพธ์ก็เกิดง่ายทำได้เอง
ไม่ต้องให้ใครช่วย
ชีวิตที่ต้องเจอสิ่งไม่ดีทั้งหลาย
มันล้วนเป็นทั้งบททดสอบและบทเรียน
ไม่มีใครมีแต่สมหวังหรือผิดหวังด้านเดียวหรอก
อย่าไปเชื่อว่า...นึกบวกคิดบวกแล้ว
ชีวิตท่านจะไม่มีสิ่งไม่พึงประสงค์ให้ต้องเผชิญ
ถ้าชะตาชีวิตและชะตากรรมของท่าน
ถูกขีดเขียนออกแบบมาให้เป็นอย่างนั้น
<3 ขอความสว่างในดวงจิตตปัญญา
จงบังเกิดแก่ท่านที่ถามเรามา
รวมทั้งท่านผู้อ่านความบทนี้ด้วยเถิด
มรรควิถีจิตจักรวาลจะยังความสว่างไสว
ให้แก่สามภพภูมิตลอดไป
เอเมน สาธุ
ป.วิสุทธิปัญญา
20-05-2017
หมายเหตุ:
สัจธรรมด้านอภิปรัชญาบทนี้ยาวหน่อย
แต่เปี่ยมไปด้วยสาระและความรัก
สำหรับทุกท่านอยู่ในนั้น <3 <3 

จิตสามนึกที่ดี ต้องมาจากข้างใน


พี่ๆน้องๆที่รักแห่งเราทั้งหลาย
เราจะกล่าวความจริงต่อท่านทั้งหลายว่า....

คนดีคือ
คนที่ขับเคลื่อนสิ่งดีๆออกมาจากข้างใน
เปรียบเสมือนต้นไม้พันธุ์ดี
ก็จะให้แต่ผลที่ดีเท่านั้น

ส่วนคนเลวก็คือ
คนที่ขับเคลื่อนสิ่งเลวๆออกมาจากข้างใน
เปรียบเสมือนต้นไม้พันธุ์ไม่ดี
ก็จะให้แต่ผลไม้ที่ไม่ดีเท่านั้น

ด้วยเหตุนี้เอง
ต้นไม้พันธุ์ดีจะให้ผลเลวจึงเป็นไปไม่ได้
ถ้าต้นนั้นเป็นต้นไม้พันธุ์ดีที่แท้จริง
ขณะที่ต้นไม้พันธุ์ไม่ดีนั้น
จะให้ผลดีก็เป็นไปไม่ได้เช่นกัน
ถ้าต้นนั้นเป็นต้นไม้พันธุ์ไม่ดีที่แท้จริง

พี่ๆน้องๆที่รักแห่งเราทั้งหลาย
ความดีงามที่ท่านแสดงกันออกมา
ก็คือ "ผลผลิตดี" จาก "จิตสามนึก" ของท่าน
คำว่า "ผลผลิตดี" จึงเปรียบได้ดั่งผลที่ดี
ที่ถูกขับเคลื่อนออกมาจากข้างในของต้นไม้นั้น
ก็คือตัวท่านที่เป็นคนดีนี่แหละ
โดยสิ่งที่อยู่ข้างในที่ให้ผลดี
จนเป็นที่ปรากฏออกมาข้างนอก
คือสิ่งที่เราเรียกว่า จิตสามนึกด้านบวก
หรืออาจเรียกตัวขับเคลื่อนนี้ว่า จิตรู้สามนึก

ในทางตรงข้ามกัน
ความเลวแต่ละอย่างที่ท่านแสดงกันออกมา
ก็คือ "ผลผลิตไม่ดี" จาก "จิตสามนึก" ของท่าน

คำว่า "ผลผลิตไม่ดี" จึงเปรียบได้ดั่งผลที่เลว
ที่ถูกขับเคลื่อนออกมาจากข้างในของต้นไม้นั้น
ก็คือตัวท่านที่เป็นคนไม่ดีนี่แหละ
โดยสิ่งที่อยู่ข้างในที่ให้ผลเลวหรือผลไม่ดี
จนเป็นที่ปรากฏออกมาข้างนอก
คือสิ่งที่เราเรียกว่า จิตสามนึกด้านลบ
หรืออาจเรียกตัวขับเคลื่อนนี้ว่า จิตรู้สามนึก ก็ได้

ดังนั้น
จิตสามนึกนี่แหละที่อยู่ข้างใน
ที่เป็นตัวกำหนดว่าใครจะเป็นคนดีหรือเลว
ตามความจริงทั้งหมดที่เรากล่าวมา

ถ้าท่านเป็นต้นไม้พันธุ์ดีหรือเป็นคนดีแท้จริง
พฤติกรรมที่ท่านแสดงออกมา
จักต้องเป็นพฤติกรรมดีๆเท่านั้น
เพราะคนดีจักต้องมี จิตสามนึกดี เสมอ
ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนกับใครเวลาใด
พฤติกรรมที่ท่านแสดงออกมา
จักต้องดีสถานเดียวไม่ดีไม่ได้

เราจึงจะกล่าวต่อท่านทั้งโลกว่า
ถ้าปรารถนาจะเป็นคนดี
ถ้าปรารถนาให้ใครเป็นคนดี
จักต้องกระทำที่ "จิตสามนึก" ของคนๆนั้นเท่านั้น
จะทำผ่านการสอนให้รู้ ผ่านการจูงใจ
จะทำด้วยวิธีบังคับข่มขืนฝืนใจไม่ได้

อ้าว....งั้น "จิตสามนึกดี"
คือ อะไร อย่างไรล่ะท่าน?

เอเมน สาธุ
ป.วิสุทธิปัญญา
18-05-2017

กงกรรม กงเกวียน



พี่ๆน้องๆที่รักแห่งเราทั้งหลาย
เราจะกล่าวความจริงต่อท่านทั้งหลายว่า....

ในเรื่องของ กงกรรมกงเกวียน
ที่หลายท่านชอบนำมาอ้างอิงว่า
ถ้าชาตินี้ใครกินเลือดเนื้อของสัตว์อะไร
ชาติหน้าก็จะต้องไปเกิดเป็นสัตว์นั้น
เพื่อให้สัตว์ที่ถูกฆ่าถูกกินกลับมาเกิดเป็นคน
แล้วแก้แค้นเอาคืนด้วยการฆ่ากินเข้าให้บ้างนั้น
เป็นการคิดเข้าใจที่ไม่ถูกต้อง
ท่านทั้งหลายจักต้องรู้ว่า
เรื่องของ "กงกรรมกงเกวียน" นั้น
ใช้ได้กับสิ่งมีชีวิตที่มี จิตสามนึก เท่านั้น
ซึ่งหมายถึงเป็นเรื่องของมนุษย์ด้วยกันเอง
สัตว์มีชีวิตน้อยใหญ่ทั้งหลาย
มิได้มีส่วนต่อกฎแห่งกรรมนี้แต่อย่างใดเลย
ท่านอยากรู้เหตุผลใช่มั้ย?

คำตอบก็คือสรรพสัตว์ทั้งหลายที่มีชีวิตนั้น
พวกเขามีดวงจิตธรรมญาณ
เช่นเดียวกับมนุษย์อย่างพวกท่านก็จริง
แต่พวกเขาก็ต่างกันกับจิตวิญญาณมนุษย์
ตรงที่แก่นแท้ของพวกเขาทั้งหลายนั้น
เป็นผู้ ขันอาสาพระบิดา
ลงมาเกิดเป็น สัตว์ประจำโลก ตลอดกาล

คำว่าเป็น "สัตว์ประจำโลก" ตลอดกาล
หมายถึงการที่สรรพสัตว์ทั้งหลาย
เมื่อต้องตายไปในภพชาตินี้แล้ว
จะด้วยสาเหตุแห่งการตายแบบใดก็ตาม
สัตว์ชนิดใดก็มีหน้าที่กลับมาเกิดใหม่
เพื่อเป็นสัตว์ชนิดนั้นๆอีกไม่รู้สิ้นสุด

เพราะพวกเขาขันอาสามาทำหน้าที่
เป็นเพื่อนร่วมงานกับโลกตลอดกาล
จึงไม่มีหน้าที่ต้องกลับบ้านหรือ "นิพพาน"
เหมือนกับจิตวิญญาณของมนุษย์
จิตสามนึกจึงไม่จำเป็นต้องใช้ในสัตว์
คงใช้แต่จิตสัญชาตญาณเท่านั้น
กฎแห่งกรรมสำหรับพวกเขาจึงไม่มี
ถ้าท่านฆ่าแกงกินเลือดเนื้อของเขา
ถ้าท่านตัดเขาตัดงาตัดเขี้ยวของเขา
ถ้าท่านนำพวกเขามากักขังไว้ดูเล่น
จนสูญเสียความมีชีวิตเสรีขาดอิสรภาพ
จิตวิญญาณของพวกเขาเมื่อตายไป
จะมีก็เพียงความโกรธแค้นแสนรันทด
จนจิตวิญญาณไม่ยอมไปผุดเกิด
โดยจะคอยเฝ้าติดตามเหมือนเงา
เพื่อหาโอกาสแก้แค้นเอาคืนทันที
ในทุกสถานที่ทุกเวลาถ้ามีโอกาสเหมาะ
โดยจะคอยซ้ำเติมเมื่อท่านมีอุบัติเหตุ
เพราะความประมาทหรือขาดสติเพียงชั่ววูบ
จะคอยสั่นสะเทือนจิตฝ่ายต่ำของท่าน
ในยามที่ท่านโลภ โกรธ หลงงมงาย
ชวนให้ท่านคิดผิด ตัดสินใจผิด กระทำผิด
เพื่อหาเรื่องให้เพื่อนมนุษย์คนอื่น
ทำร้ายท่านแทนพวกเขาที่เจ็บแค้น

บางกลุ่มที่อาฆาต
ก็อาจเข้าโจมตีระบบชีววิทยาของท่าน
ตรงที่เป็นจุดอ่อนแอที่สุดที่ท่านมีอยู่
โดยเข้าไปสั่นสะเทือนด้านลบตรงจุดนั้น
ยังผลให้ท่านเกิดการเจ็บไข้ได้ป่วยเรื้อรัง
หรือมีกลไกอวัยวะภายในทำงานบกพร่อง
ในยามที่ภูมิต้านทานโรคของท่านอ่อนแอ
เพราะในร่างกายท่านมากมายด้วยประจุลบ
อันเกิดจากกิเลสตัณหาราคะ
และอารมณ์ขยะรายวันนั่นเอง

จงระลึกเอาไว้ว่า
มีแต่มนุษย์ด้วยกันเท่านั้น
ที่สร้างกงกรรมกงเกวียนตามกฎแห่งกรรมขึ้นมา
เพื่อรักษาดุลยภาพระหว่างตนกับคนอื่นไว้
โดยผู้ถูกฆ่าสามารถย้อนกลับมาเกิดใหม่
เพื่อจะใช้โอกาสเป็นผู้ฆ่ากลับคืนบ้าง
เรื่องแบบนี้ในสัตว์ไม่มีหรอก

เว้นแต่ว่ามนุษย์คนใด
ที่ได้รับโอกาสให้มาเกิดเป็นมนุษย์แล้ว
มีจิตสำนึกบกพร่องบางอย่าง
พระบิดาก็จะส่งให้ไปเกิดเป็นสัตว์
ที่มีบุคลิกแห่งจริตที่ดีงาม
ในด้านที่มนุษย์คนนั้นบกพร่อง
เพื่อจะได้ทำการดัดจริต
ให้กลับมางดงามดุจเดิมได้

เป็นต้นว่า
ถ้าเกิดเป็นมนุษย์แล้วไม่กตัญญู
ต่อพ่อแม่ผู้มีพระคุณ
จิตวิญญาณนั้นก็จะลดชั้นลงไปเกิดเป็นสุนัข
เพราะสุนัขทุกตัวมีหน้าที่กตัญญูต่อเจ้าของ

ถ้าเกิดมาเป็นมนุษย์แล้วมีนิสัยขี้ลักขี้ขโมย
เมื่อตายไปแล้วจิตวิญญาณที่เสื่อมเสียนั้น
จะตกชั้นไปเกิดเป็นแมวขโมย
เพื่อให้คนที่ถูกแมวขโมยนั้นช่วยทุบตีทำร้าย
จนบาดเจ็บทั้งร่างกายและจิตใจจะได้เข็ดจำ

ถ้าเกิดเป็นสตรีแล้วใช้ปทุมถันยั่วผู้ชาย
เพื่อการขายเซ็กซ์ให้เสื่อมเสีย
ก็จะตกชั้นไปเกิดเป็นแม่วัวนมที่ต้องโชว์เต้า
เพื่อให้คนเขาบีบรีดเต้านมจนชั่วชีวิต
เพื่อให้สำนึกด้วยจิตมนุษย์ในความเป็นแม่วัวว่า
อะไรควรไม่ควร เป็นต้น
คนตกชั้นไปเป็นสัตว์จึงมิใช่กงกรรมกงเกวียน
แต่เป็นเพราะขาดจิตสามนึกที่ถูกต้อง
หรือมีจิตสามนึกที่บกพร่องต่างหาก
กฏแห่งกรรมเป็นเรื่องของมนุษย์เท่านั้น

การที่เราสอนว่าอย่าฆ่าสัตว์อย่ากินเนื้อสัตว์
เพราะต้องการจะบอกท่านว่า
ท่านกำลังทำร้ายผู้ที่ไม่มีทางสู้ท่านได้เลย
มีแต่จะทำให้พวกเขาอาฆาต
จนไม่มีโอกาสได้ผุดเกิดต่างหาก
เราต้องการให้ท่านเมตตาพวกเขา
และเราสอนท่านด้วยว่าให้ครองมหาสติไว้
จักได้ไม่ประมาทหรือขาดสติ

เผื่อที่ผ่านมาท่านกินพวกเขามาเยอะแยะ
ท่านมีเจ้ากรรมนายเวรเหล่านี้อยู่มาก
ท่านจะได้ปลอดภัยจากการแก้แค้นเอาคืน
ในตอนที่ท่านประมาทหรือขาดสติ
เพราะไม่มีปณิธานแห่งนิพพานนั่นแหละ

นี่เป็นอีกหนึ่งความจริงที่ท่านต้องรู้
เรากล่าวต่อท่านในพระนามของ
พระบิดาแห่งจิตวิญญาณของพวกท่าน
คือ องค์จิตจักรวาล
เพื่อไถ่บาปของพวกท่านด้วยตัวท่านเอง

เอเมน สาธุ
ป.วิสุทธิปัญญา
16-05-2017