พี่ๆน้อง ๆที่รักแห่งเราทั้งหลาย
เราจะกล่าวความจริงต่อท่านทั้งหลายว่า
องค์จิตจักรวาลดวงใหญ่หรือพระเจ้า
ทรงอุบัติขึ้นมาได้ถือกำเนิดได้ด้วยพระองค์เอง
ไม่มีผู้ใดมีอำนาจมากพอที่จะเป็นผู้สร้างพระองค์ได้
โดยทรงอุบัติขึ้นมาจาก #แก่นแท้ของความว่าง
ซึ่งแรกเริ่มเดิมทีนั้นจักรวาลเป็นสถานที่ว่างโล่ง
ขนาดกว้างใหญ่ไพศาลไม่มีสรรพสิ่งใดดำรงอยู่
นอกจากแก่นแท้ของความว่างที่ไร้ตัวตนเท่านั้น
พระองค์ทรงเมตตาบอกเราว่า
แก่นแท้ของความว่างทั้งหมดที่มีอยู่จริงในจักรวาล
จะปรากฏอัตตาตัวตนขึ้นเมื่อมีการสั่นสะเทือนเท่านั้น
สิ่งที่ปรากฏเกิดขึ้นที่เราว่านี้ก็คือ #คลื่นพลังงาน
เป็นอัตตาที่อยู่ในรูปของ #คลื่นความถี่ นั่นแหละ
โดยมีแสงสีเสียงกลิ่นรสร้อนเย็นเป็นคุณสมบัติด้วย
อยู่ที่ว่าพลังงานที่เกิดขึ้นนั้นเป็นพลังงานชนิดใด
พลังงานในจักรวาลจึงเกิดจากแก่นแท้ของความว่าง
แม้รูปธรรมสิบสองเหลี่ยมมุมขององค์จิตจักรวาล
ก็ทรงอุบัติขึ้นมาจากความว่างหรือความไม่มีที่ว่านี้
องค์จิตจักรวาลดวงใหญ่
ทรงเป็นรูปธรรมแรกที่มีอัตตาซึ่งอุบัติขึ้นมาได้เอง
จากประดาแก่นแท้ของความว่างที่เป็นอนัตตา
อัตตาตัวตนของพระองค์จึงทรงเกิดจากอนัตตา
เพราะแก่นแท้ของความว่างทั้งหมดทั้งมวลที่มีอยู่
มีการเหวี่ยงหมุนรอบจุดศูนย์กลางของการหมุน
อย่างต่อเนื่องอยู่ตลอดเวลาโดยไม่หยุดนิ่งเลย
เราพอจะยกตัวอย่างให้ท่านสร้างจินตนาการได้ว่า
แก่นแท้ของความว่างนี้ก็ไม่ต่างจากน้ำตาลทราย
ที่พวกท่านตักใส่ลงไปในแก้วน้ำที่มีน้ำอยู่ด้วย
เมื่อใช้ช้อนคนเพื่อทำให้น้ำนั้นเหวี่ยงหมุนไปเรื่อยๆ
ก่อนที่เกล็ดน้ำตาลทรายมันจะละลายน้ำจนหมด
พวกมันจะจัดเรียงตัวกันขณะหมุนวนไปรอบแก้วนั้น
ในที่สุดน้ำในแก้วดังกล่าวก็จะเปลี่ยนเป็นน้ำเชื่อม
“น้ำเชื่อม” ที่ได้ก็คือ น้ำผสมกับน้ำตาลนั่นเอง
น้ำเชื่อมที่อยู่ภายในแก้วใบนี้
จึงเป็นสิ่งใหม่ที่อุบัติขึ้นมาจากความว่างหรืออนัตตา
เมื่อมีการเติมน้ำลงไปในแก้วใบดังกล่าว
แล้วเติมเกล็ดน้ำตาลทรายตามลงไปภายหลัง
โดยเกล็ดน้ำตาลทรายขนาดเล็กๆที่ว่านี้
จึงเป็นดั่งตัวตนของแก่นแท้ของความว่างที่มีอัตตา
เมื่อภายหลังรวมตัวกันแล้วน้ำตาลก็หายไปในน้ำ
ทั้งหมดจึงเกิดเป็น “น้ำเชื่อม” ขึ้นมาแทน
พวกท่านจะมองผ่านแก้วน้ำใบนั้นได้
โดยแลเห็นแต่น้ำเชื่อมใสๆจะไม่เห็นเกล็ดน้ำตาล
เราขอบอกว่าอัตตาตัวตนของพระองค์ก็เช่นเดียวกัน
แก่นแท้ของความว่างที่เป็นอนัตตาของพระองค์นั้น
ไม่ต่างจากเกล็ดน้อยๆของน้ำตาลทรายที่อ้างอิงนี้
เมื่อมีการเหวี่ยงหมุนอย่างต่อเนื่องไปรอบๆจักรวาล
“จักรวาล” ก็คือที่ว่างภายในแก้วน้ำใบนั้นนั่นแหละ
การเรียงตัวกันของแก่นแท้ของความว่างทั้งหมด
จะพากันหมุนไปอัดตัวกันแน่นอยู่บริเวณก้นแก้ว
ก่อนที่มันจะรวมตัวเป็นหนึ่งเดียวจนได้ “น้ำเชื่อม”
ดังนั้น
การเกิดขึ้นของ “น้ำเชื่อม” ที่เราสมมติมาให้รู้นี้
กับการอุบัติขึ้นเองของ “องค์จิตจักรวาลดวงใหญ่”
จึงเป็นปรากฏการณ์แบบเดียวกันและคล้ายคลึงกัน
แม้ว่าพระองค์มิได้ทรงเป็นน้ำเชื่อมตามที่เรากล่าวมา
แต่หวังว่าตัวอย่างของเราจะทำให้พวกท่านเข้าใจได้
ว่าทรงอุบัติขึ้นมาด้วยพระองค์เองได้อย่างไร
เพราะพระองค์ทรงอุบัติขึ้นมาจากการเหวี่ยงหมุน
นับตั้งแต่บัดนั้นตราบกระทั่งมาถึงปัจจุบันนี้แล้ว
รูปธรรมของพระองค์จึงยังคงเหวี่ยงหมุนอยู่ตลอด
พระองค์ทรงเมตตาบอกเราว่าการเหวี่ยงหมุนนั้น
มิได้เป็นไปตามการเหวี่ยงหมุนจากแรกเริ่มเท่านั้น
พระองค์ยังทรงพิสูจน์พบความจริงอีกด้วยว่า
การเหวี่ยงหมุนรอบจุดศูนย์กลางอย่างต่อเนื่องนั้น
มันคือกระบวนการสร้างสมดุลในตนเองของสิ่งนั้น
แม้พระองค์ทรงเป็นอนัตตาแต่ทรงดำรงอัตตาอยู่ได้
ก็เพราะทรงหมุนรอบตัวเองอย่างต่อเนื่องตลอดมา
ด้วยอัตราความเร็วคงที่และสม่ำเสมอโดยแท้
ส่วนที่มาของจำนวนเหลี่ยมมุมของรูปธรรม
ซึ่งนับได้เป็น 12 เหลี่ยมมุม หรือ 12 มิตินั้น
เป็นผลมาจากอัตราเร็วในการเหวี่ยงหมุนรอบตนเอง
ทำให้แก่นแท้ของความว่างที่เปรียบดั่งเกล็ดน้ำตาล
ซึ่งพยายามเรียงตัวกันให้เป็นระเบียบขณะหมุนวน
จนเกิดการกระทบกับขอบของจักรวาลที่ว่างโล่ง
อันหมายถึงขอบแก้วน้ำที่ท่านกำลังคนน้ำตาลอยู่
ด้วยความเร็วสูงสุดในการเหวี่ยงหมุนของพระองค์
ทำให้แก่นแท้ของความว่างกระทบขอบถึง 12 ครั้ง
จึงเป็นที่มาของรูปธรรมที่มีจำนวน 12 เหลี่ยมมุม
แน่นอนว่าทรงเหวี่ยงหมุนเร็วมากและต่อเนื่องด้วย
จึงทำให้จำนวนเหลี่ยมมุมทั้งสิบสองเหลี่ยมมุมนั้น
ทับซ้อนกันจนเป็นหนึ่งเดียวกันคือเป็น “รูปวงกลม”
เมื่อหยุดหมุนเท่านั้นจึงจะรู้ว่าพระองค์มีสิบสองมิติ
นี่คือคำตอบว่า...
ทำไม 1 ปี จึงต้องมี 12 เดือน
ทำไม "จักรราศี" จึงต้องมี 12 ราศี
ทำไม 1 ฟุต ต้องมี 12 นิ้ว
ทำไมหน้าปัทม์นาฬิกาต้องแบ่งเป็น 12 ช่อง
ทำไมเลขจำนวนนับจึงต้องอยู่บนฐาน 12
มิใช่เลขฐาน 10 อย่างที่นักวิชาการชอบใช้กัน
กราบพระบาทพระบิดาที่ทรงเมตตา
เอเมน สาธุ
#พระบุตรเอก
2/08/2567
