โดย อนุตรธรรมาจารย์ปริญญา ตันสกุล
บทบาทนักสู้เพื่อการให้รู้แจ้ง
#สนทนาประสาจิตจักรวาล
พี่ๆน้องๆที่รักทั้งหลาย
เราขอกล่าวความจริงต่อท่านทั้งหลายว่า
ถ้าฆราวาสในบทบาทนักสู้เพื่อการรู้แจ้ง
จะก้าวหน้าไปสู่ความสำเร็จได้
1 ใน 3 สิ่ง
ที่ท่านจะต้องมีเป็นคุณสมบัติไว้
นั่นคือ #ความกล้าหาญ
ความกล้าหาญในที่นี้นักสู้ทุกคนต้องมีไว้
เพื่อต่อสู้กับตนเองมิใช่ต่อสู้กับผู้อื่น
เป็นการต่อสู้เพื่อเอาชนะมันให้ได้
โดยมีเป้าหมายสำคัญคือ "#การรู้แจ้ง"
ท่านนักสู้ทั้งหลายลองนึกดูก็ได้ว่า
กว่าท่านจะบรรลุการรู้แจ้งได้ในแต่ละเรื่องนั้น
ท่านจะต้องผ่าน #การเรียนรู้ อะไรไปมากเท่าใด
ท่านจะต้องใช้ "#เวลา" เพื่อเรียนรู้ไปมากแค่ไหน
บนเส้นทางการเรียนรู้ของท่านนั้น
ท่านต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่เป็นเงื่อนไข
ทั้งยากและง่ายมากมายแค่ไหน
ท่านต้องเผชิญกับอุปสรรคปัญหา
ทั้งภายนอกภายในที่ลึกซึ้งซับซ้อนปานใด
โดยอุปสรรคปัญหาต่างๆบนเส้นทางการเรียนรู้
ที่ท่านต้องเผชิญจนกว่าจะเข้าถึงการรู้แจ้งได้นั้น
มันต้องอาศัย "ความกล้าหาญ" เป็นพลัง
ขับเคลื่อน "ความรักและปัญญา" สถานเดียว
ดังนั้น
ท่านทั้งหลายจึงต้องทำความเข้าใจ
ในเรื่องของความกล้าหาญเอาไว้ด้วย
เพื่อเรียนรู้ให้ได้รู้กันด้วยว่า
1.ความกล้าหาญ คือ อะไร
2.นักสู้เพื่อการรู้แจ้งต้องใช้ความกล้าหาญ
เพื่อเป้าประสงค์อันใดบ้าง
3.ท่านต้องใช้ความกล้าหาญนั้น
แค่ไหนอย่างไรบ้าง
ทั้งนี้เพื่อจะช่วยให้ท่าน
ประสบความสำเร็จในการเรียนรู้ให้รู้แจ้ง
ในทุกสิ่งที่ต้องการโดยแท้
พี่ๆน้องๆที่รักแห่งเราทั้งหลาย
สิ่งที่เรียกว่า "ความกล้าหาญ" นี้
เป็นขุมพลังแห่งความกล้า
ซึ่งเร้นอยู่ภายในจิตใจท่าน
อันประกอบด้วยความกล้าทั้ง 8 คือ
1.กล้าคิด
2.กล้าริเริ่ม
3.กล้าแสดงออก
4.กล้าลงมือทำ
5.กล้ารับผิดชอบ
6.กล้าเผชิญหน้า
7.กล้าที่จะยอมรับ
8.กล้าที่จะเปลี่ยนแปลง
ที่เราบอกท่านว่า
นักสู้เพื่อการรู้แจ้งในทุกสิ่งที่ต้องการเรียนรู้
จักต้องมีคุณสมบัติแห่งความกล้าทั้ง 8 นี้
เพราะมันสามารถใช้ฝ่าฟันอุปสรรคปัญหา
ทั้งภายนอกและภายในจิตใจท่านได้ดียิ่ง
ถ้าท่านไม่กล้าคิด
การเรียนรู้ก็จุดประกายให้เกิดขึ้นไม่ได้
แต่ถ้าท่านคิดแล้วไม่กล้าริเริ่มเรียนรู้ต่อ
เพราะมัวแต่กลัวคนอื่นหัวเราะเยาะ
เพราะกลัวว่าเรียนรู้ไปก็ไม่เกิดประโยชน์
กระบวนการเรียนรู้ย่อมเกิดเป็นรูปธรรมไม่ได้
ด้วยเหตุนี้เอง
ความกล้าในทุกขั้นตอนเหล่านี้
นักสู้เพื่อการรู้แจ้งจะขาดมันไปไม่ได้เลย
เพราะนอกจากจะรู้แจ้งไม่ได้แล้ว
ยังนำสิ่งที่ท่านเรียนรู้มาทำให้ #เห็นแจ้ง
ทำให้เห็นจริงอย่างเป็นรูปธรรมไม่ได้เช่นกัน
อย่างไรก็ดี
ปัญหาที่ท่านนักสู้เพื่อการเรียนรู้ให้รู้แจ้ง
จักต้องรับผิดชอบต่อตนเองเป็นลำดับถัดมา
ก็คือ ท่านต้องตอบคำถามตนเองให้ได้ว่า
1.ท่านจะเป็นคน "กล้าคิด" ได้อย่างไร
อะไรเป็นสาเหตุให้ท่านไม่กล้าที่จะคิด
2.ท่านจะเป็นคน "กล้าริเริ่ม" ได้อย่างไร
อะไรเป็นสาเหตุให้ท่านไม่กล้าที่จะริเริ่ม
3.ท่านจะเป็นคน "กล้าแสดงออก" ได้อย่างไร
อะไรเป็นสาเหตุให้ท่านไม่กล้าแสดงออก
4.ท่านจะเป็นคน "กล้าลงมือทำ" ได้อย่างไร
อะไรเป็นสาเหตุให้ท่านไม่กล้าที่จะลงมือทำ
5.ท่านจะ "กล้ารับผิดชอบ" ได้อย่างไร
อะไรเป็นสาเหตุให้ท่านไม่กล้ารับผิดชอบ
6.ท่านจะเป็นคน "กล้าเผชิญหน้า" ได้อย่างไร
อะไรเป็นสาเหตุให้ท่านไม่กล้าเผชิญหน้า
7.ท่านจะเป็นคน "กล้ายอมรับ" ได้อย่างไร
อะไรเป็นสาเหตุให้ท่านไม่กล้าที่จะยอมรับ
8.ท่านจะ "กล้าเปลี่ยนแปลง" ได้อย่างไร
อะไรเป็นสาเหตุให้ท่านไม่กล้าเปลี่ยนแปลง
เมื่อท่านทั้งหลาย
คิดค้นหาคำตอบทั้งหมดที่กล่าวไว้นี้ได้แล้ว
ขอให้ท่านจงนำสิ่งที่อยู่ในความคิดและจิตใจ
ในทุกขั้นตอนการเรียนรู้ของผู้กล้าหาญ
ออกมาแสดงให้โลกประจักษ์
อย่างเป็นรูปธรรมเถิด
มันคือการนำความรู้แจ้งสู่การเห็นแจ้ง
เพื่อประโยชน์ของตนเองและผู้อื่นต่อไป
เอเมน สาธุ
ป.วิสุทธิปัญญา
19-03-2018
ถ้าท่านต้องการหลุดพ้นในภพชาตินี้
#สนทนาประสาจิตจักรวาล
พี่ๆน้องๆที่รักทั้งหลาย
ไม่ว่าท่านจะเป็นศาสนิกชนใด
ถ้าปรารถนาการหลุดพ้นออกไปจาก
การเวียนว่ายตายเกิดให้ได้ในชาตินี้
ทุกเวลานาทีท่านจักต้องเข้าถึงคุณสมบัติ
ทั้ง 6 ประการ ต่อไปนี้ให้ได้
1.หยุดก่อกรรมใหม่และแก้ไขกรรมเก่าให้สิ้น
2.ครองมหาสติและมีปณิธานแห่งนิพพาน
3.ปฏิบัติการตามพันธะสัญญา 6 ให้ได้
4.ไม่งมงายฝักใฝ่ในอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์
5.มีความสุขสำราญอยู่กับการเป็นผู้ให้
6.ไม่ประมาทในการดำเนินชีวิตให้ติดกรรม
พฤติกรรมที่ท่านต้องทำ
เพื่อให้บรรลุผลใน 6 ประการนี้ก็คือ
1.ปกป้องจิตตนเองไว้อย่าให้เสียสมดุล
เพราะถูกยั่วยุหรือยั่วเย้าง่ายๆ
2.อย่าไปทำให้ใครเสียสมดุลหรือจิตตก
เพราะท่านเป็นเหตุ ทั้งรู้ตัวไม่รู้ตัว
3.ถ้าใครมาก่อกรรมทำร้ายท่าน
ก็จงอย่าโง่ใช้อารมณ์ขยะไปจัดการเขา
เพราะมันจะทำให้ท่านสอบตกบททดสอบ
ที่เขามาเล่นละครหยิบยื่นให้ท่าน
วิธีที่ท่านจะสอบผ่านมีเพียงวิธีเดียวเท่านั้น
คือ ต้องรักเขาให้ได้ ให้อภัยเขาให้เป็น
ด้วยการใช้สติปัญญาควบคุมจิตใจไว้
ถ้าทำสำเร็จได้ในแต่ละครั้ง
โดยไม่มีการต่อสู้ ตอบโต้ หรือต่อต้านเขา
แสดงว่าท่านน่ะ...#แก้ไขกรรมเก่า
ที่เกี่ยวกรรมกันมากับเขาคนนั้น
ลุล่วงไปอีก 1 กรรม (กำ) แล้วล่ะท่าน
4.ท่านจักต้องรู้ว่า
ในสามประการที่เรากล่าวมานั้น
มันจะเป็นจริงไม่ได้หรอกนะ
ถ้าท่านไม่รู้ว่า #มหาสติ คืออะไร
จะเข้าถึงมหาสติของพระบิดาได้อย่างไร
ถ้าท่านไม่รู้ว่า #ปณิธานแห่งนิพพาน คืออะไร
จะเข้าถึงปณิธานอันสูงสุดนี้ได้อย่างไร
ถ้าท่านไม่รู้ว่า #พันธะสัญญา6 คืออะไร
ทำไมจึงต้องปฏิบัติตามพันธะสัญญานี้
ถ้าท่านไม่รู้ว่า #การงมงาย
มุ่งฝักใฝ่ในอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์คืออย่างไร
ทำไมจึงหลุดพ้นไม่ได้ถ้างมงายกับพวกนี้
ถ้าท่านไม่รู้ว่า #ความสุขจากการให้ คืออะไร
จะเข้าถึงการเป็นผู้ให้ได้อย่างไร
พี่ๆน้องๆที่รักทั้งหลาย
เรานำเรื่องการหลุดพ้นมากล่าวไว้ในที่นี้
ก็เพื่อจะยืนยันต่อพี่น้องบางคนที่จากไป
แล้วกล่าวร้ายลับหลังเราว่า
มรรควิถีจิตจักรวาลนั้น
ไปไม่สุดหลุดพ้นไม่ได้ทั้งๆที่
ตนเองเข้าไม่ถึงมรรควิถีจิตจักรวาลแท้ๆ
พวกนี้จึงออกไปแสวงหาในแหล่งอื่น
โดยเฉพาะพวกที่ชอบ "ไม่อะไรกับอะไร"
แต่ยังมีอัตตาหลงตัวเองอยู่สูงปรี๊ด
เราต้องการบอกบุญไปยังคนพวกนี้
ว่าที่จากไปดื้อๆนั้นเราไม่ใส่ใจหรอก
เพราะจิตจักรวาลมิใช่ลัทธิ
จึงไม่เน้นการสะสมสาวกหวงสาวก
แต่เราจะบอกบุญเพื่อให้ได้สติรู้ว่า
เส้นทางอื่นที่ตนเองชอบกันนักหนานั้น
มีเครื่องมือชิ้นใดที่สามารถจะการันตีว่า
ช่วยให้ท่านหลุดพ้นในชาตินี้ได้จริง
เราย้ำเสมอว่า
การถือศีลกินเจปฏิบัติธรรมนั่งกรรมฐาน
สวดมนต์ให้ทานอธิษฐานภาวนา
และมายาแห่งอาภรณ์แปลกแยกที่สวมไว้
สิ่งเหล่านี้เป็นพฤติกรรมที่
มิอาจนำพาแก่นแท้ของท่านหลุดพ้นได้
ถ้าพฤติกรรมดีๆทั้งหลายเหล่านี้
ผู้กระทำมิได้ดื่มด่ำด้วยจิตสามนึก
เช่น ไม่เข้าใจว่าทำแบบนั้นทำไม
ทำแบบนั้นแล้วเกิดประโยชน์อันใดบ้าง
ทำแบบนั้นแล้วมีผลต่อจิตวิญญาณยังไง
คำตอบเหล่านี้มีผลต่อจิตสามนึกโดยตรง
แต่ถ้าทำไปปฏิบัติไปตามแบบคนอื่นเขาทำ
ทำโดยไม่รู้ไม่เข้าใจว่า "อะไรเป็นอะไร"
ต่อให้ทำดีทำได้และได้ทำ
มันก็ไม่มีผลอันใดในทางจิตวิญญาณเลย
เอเมน สาธุ
ป.วิสุทธิปัญญา
19-03-2018
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)